ข่าว

โจ๋บุรีรัมย์ฮิตฉีดคอแลมขยายจู๋เกิดเน่าเฟะ

โจ๋บุรีรัมย์ฮิตฉีดคอแลมขยายจู๋เกิดเน่าเฟะ

11 มี.ค. 2552

โจ๋เมืองบุรีรัมย์ฮิตฉีด "คอแลม" เพิ่มขนาดเจ้าโลก ครวญแรกๆ ใหญ่จริง แต่ผ่านไปหลายปีกลับเน่าเฟะ ต้องผ่าตัดลอกหนังหุ้มออก ใช้หนังถุงอัณฑะเย็บหุ้มแทน สุดทรมานแถมหมดเงินค่ารักษาจนต้องให้พ่อแม่ขายข้าวในยุ้ง แพทย์ระบุมีวัยรุ่นเข้ารักษาปีละ 500-600 ราย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มวัยรุ่นชายมักหาวิธีทำให้อวัยวะเพศของตัวเองใหญ่ หรือยาวขึ้น ตามความเข้าใจว่าจะทำให้สมชายชาตรี และมีความมั่นใจว่าเพศหญิงจะพอใจระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีกลุ่มพ่อค้านำผลิตภัณฑ์หลายชนิดมาจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย เช่น การใช้น้ำมันสำหรับนวดให้อวัยวะขยายตัว ระยะหลังวัยรุ่นชายหันมานิยมใช้วิธีฉีดยาเข้าอวัยวะเพศด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่าจะได้ผลเร็ว แถมยังหาซื้อง่ายราคาถูก ทำให้บรรดาวัยรุ่นหันมาใช้วิธีฉีดกันมากขึ้น แต่หลังจากฉีดยาไปแล้วกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้มักมีอาการข้างเคียงตามมา มีอาการอักเสบ เน่าเปื่อยที่อวัยวะเพศ ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดกันเป็นจำนวนมาก 
 นายเอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในผู้ที่ฉีดยาเสริมขนาดอวัยวะเพศจนต้องเข้ารับการผ่าตัด และปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานได้ เล่าว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ได้ชวนเพื่อนอีก 3 คน ไปซื้อยาคอแลม ชนิดน้ำขนาด 10 ซีซี 6 หลอด ราคาหลอดละ 15 บาท จากร้านขายยา จากนั้นใช้กระบอกฉีดยาฉีดเข้าใต้ผิวหนังอวัยวะเพศคนละ 2 หลอด เพื่อหวังเพิ่มขนาด หลังฉีดได้ปั่นให้ตัวยากระจายทั่วใต้ผิวหนังจากนั้นอวัยวะเพศจะบวมประมาณ 1 สัปดาห์ และกลับมาเป็นสภาพปกติ โดยอวัยวะเพศจะใหญ่ขึ้นประมาณ 1 เท่าตัวจากของเดิม ส่วนความยาวยังเท่าเดิม
  นายเอเล่าต่อว่า ตอนนั้นภูมิใจมากว่ามีอวัยวะเพศใหญ่ โดยเพื่อนที่ฉีดยาคอแลมด้วยกันต่างมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 2 ปี อวัยวะเพศของเพื่อนทั้งสองคนก็เกิดการอักเสบต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งตนระมัดระวังรักษาความสะอาดมาโดยตลอด แต่ก็มามีอาการเหมือนเพื่อน คือ อักเสบและบวมขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัด
 นายเอเล่าว่า วิธีการรักษาสุดเจ็บปวด เมื่อแพทย์ลอกหนังอวัยวะเพศที่เน่าออกจนหมด ใช้เครื่องมือแพทย์ดูดเอาสิ่งแปลกปลอมออก ใช้หนังอัณฑะเย็บหุ้มอวัยวะเพศเพื่อสร้างเนื้อเยื่อ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จะต้องกลับไปผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อเอาหนังอัณฑะออก แล้วรักษาต่ออีกไม่น้อยกว่า 2 เดือน ทั้งเจ็บตัว ทั้งสิ้นเปลืองค่ารักษา เพราะโรงพยาบาลไม่รับเข้าเป็นคนไข้ปกติ ถือว่าเป็นการศัลยกรรม จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษา 2-3 หมื่นบาท สงสารครอบครัวมาก ที่ต้องขายข้าวในยุ้งมาเป็นค่ารักษาอันเกิดจากความคึกคะนองของตน
 "อยากเตือนเพื่อนวัยรุ่นชายที่คิดจะฉีดยาอวัยวะเพศว่า อย่าเสี่ยง เพราะไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้มา จะต้องทนทุกข์ทรมานในระหว่างการรักษานานกว่า 5 เดือน และไม่ทราบว่าจะใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ ขนาดอวัยวะเพศจะกลับมามีขนาดเท่าเดิมตามธรรมชาติหรือไม่" นายเอกล่าว
 นพ.ไพโรจน์ จึงอนุวัตร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สาขาศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ กล่าวว่า บุคคลที่เข้าใจผิดต้องการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยนวดด้วยน้ำมันมะกอก ฉีดอวัยวะเพศด้วยยาคอแลม เพนนิสซีรีน หรือซิลิโคนนั้น ยาจำพวกนี้เป็นสารแปลกปลอมต่อร่างกาย ฉีดเข้าไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยาจากการติดเชื้อ เน่าเปื่อย หรือการฉีดโดยใช้เข็มร่วมกัน อาจจะติดเชื้อโรค เช่น โรคเอดส์ ได้
 การรักษา ส่วนใหญ่จะต้องผ่าตัดเอาเนื้อบริเวณที่ติดเชื้อ หรือมีสิ่งแปลกปลอมออก หากมีอาการเน่าเปื่อยมากก็จะต้องผ่าตัดหลายครั้ง ในแต่ปีมีวัยรุ่นเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลปีละ 500-600 ราย ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้มีเข้ามารักษาแล้วกว่า 100 ราย จึงขอเตือนกลุ่มวัยรุ่นที่คิดจะเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยฝืนธรรมชาติ  อย่าริลองหรือฉีดยาเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เด็ดขาด