ข่าว

3องค์กรจับมือขยายพันธุ์สักทองสายพันธุ์เสาชิงช้า 1 ล้านต้น

3องค์กรจับมือขยายพันธุ์สักทองสายพันธุ์เสาชิงช้า 1 ล้านต้น

11 มี.ค. 2552

“กทม.-ไบโอเทค-กรมป่าไม้ ” จับมือขยายพันธุ์ สักทองสายพันธุ์เสาชิงช้า 1 ล้านต้น

 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นายศักรินทร์   ภูมิรัตน์  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือการดำเนินการโครงการปลูกต้นสักมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้า
 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  กล่าวว่า กทม. ได้ทำโครงการปลูกต้นสักมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้า จำนวน 1 ล้านต้นในปี 2554 ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 7 รอบ 84 พระชนมพรรษา โดยได้รับความร่วมมือจากกรมป่าไม้ และ ไบโอเทค ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการขยายพันธุ์ต้นกล้าสักมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้า
 โดยก่อนจะโค่นสักมงคลทั้ง 6 ต้นเพื่อนำไปทำเสาชิงช้าและส่วนประกอบของเสาชิงช้า ในพิธีฉลองเสาชิงช้า เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2550 ที่ผ่านมานั้น  กรมป่าไม้ได้เก็บกิ่งพันธุ์ต้นสักดังกล่าวมาขยายโดยการติดตา และเก็บรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยงาว จ.ลำปาง เพื่อใช้เป็นต้นแม่พันธุ์ในการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและปักชำ เพื่อการผลิตกล้าไม้สักที่มีลักษณะทางพันธุ์เหมือนต้นสักเดิมทุกประการ และเพื่อเป็นการบูรณาการในการอนุรักษ์สายพันธุ์สักมงคลที่นำไปทำเสาชิงช้า ทั้ง 3 หน่วยงานจึงร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือการดำเนินดังกล่าว
 อย่างไรก็ตามในส่วนของกล้าสักมงคลชุดแรกที่กทม.จะได้ 5,000 ต้นนั้น ส่วนหนึ่งจะนำไปปลูกที่ศาลาว่าการ กทม. 2 (ดินแดง) กทม. และจะทยอยแจกประชาชนในพื้นที่ กทม. คนละ 1 ต้น และหน่วยงานราชการหน่วยละ 9 ต้น
 ทั้งนี้ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับกล้าไม้โดยใช้เลขที่บัตรประชาชน 13 หลักเป็นตัวกำหนดได้ทางเว็บไซต์ทั้งของ กทม. กรมป่าไม้ และไบโอเทค โดยทั้ง 3 หน่วยงานจะใช้โปรแกรมการรับกล้าไม้ร่วมกัน เพื่อตรวจเช็คจำนวนกล้าไม้ที่คงเหลือและสามารถแจกจ่ายได้พร้อมกัน ทั้งนี้จะเริ่มเปิดให้จองรับกล้าสักมงคลได้ในเดือนพฤษภาคมนี้
 นายศักรินทร์ กล่าวว่า ศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) หน่วยงานภายใต้ สวทช. ได้ทำเอกลักษณ์( finger print )ทางพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ( DNA )ของต้นสักมงคล นำต้นแม่พันธุ์ไปขยายด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและรับกล้าสักที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและพิสูจน์เอกลักษณ์ มาขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำ( cutting ) และนำมาดูแลไว้ในถุงเพาะชำกล้าไม้ เพื่อเตรียมแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยจะเริ่มแจกจ่ายกล้าไม้สักมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้าในปี 2552 จำนวน 20,000 ต้น และในปี 2553 จำนวน 280,000 ต้น และสิ้นสุดโครงการในปี 2554 จำนวนอีก 700,000 ต้น รวมทั้งสิ้น 1 ล้านต้น