ข่าว

"อนุพงษ์"นำแถลงยันจีที200ใช้ได้จริง

"อนุพงษ์"นำแถลงยันจีที200ใช้ได้จริง

19 ก.พ. 2553

"อนุพงษ์"นำคณะทหารแถลงยันทหารยืนยัน เครื่องจีที 200 ใช้งานได้ผล รักษาชีวิต ทหาร-ประชาชน ได้จริง "อภิสิทธิ์" แจง สภาฯรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจปัญหาจีที 200 รับเลิกใช้จีที 200 ในพื้นที่ภาคใต้ต้องใช้เวลา ทำได้แค่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเครื่องไม่มีประสิทธิภาพ ยันตรวจส

(18ก.พ.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่หอประชุมกองทัพบก  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.เอกชัย วัชรประทีป เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พล.ต.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เจ้ากรมยุทธการทหารบก พล.ต.ศุภกร สงวนชาติศรไกร เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก และ น.อ.สมภพ ปีตะเสน หัวหน้ากองทำลายวัตถุระเบิด กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เปิดแถลงข่าวถึงการใช้เครื่องจีที 200 ปฏิบัติภารกิจในงานของกองทัพ

 พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่โต้แย้งการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ แต่กำลังชี้แจงให้ประชาชนรับทราบว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีความต้องการ ไม่ใช่กองทัพบกอยากซื้อ และเขามีส่วนในการใช้ เมื่อตนลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า เครื่องจีที 200 สามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าใช้ได้ เพราะมีประสบการณ์เช่นนั้น ส่วนเรื่องความรับผิดชอบตนต้องรับผิดชอบ ถามว่าจะต้องรับผิดชอบอย่างไร ผู้ที่ต้องพิจารณาคือผู้บังคับบัญชา ส่วนกองทัพบกจะหาทางดำเนินการตามกฎหมาย
ยันใช้งานต่อ-ท้าสอบทุจริต

 "หากมีการทุจริตต้องโดนอยู่แล้ว แต่หากไม่ควรซื้อแล้วทำไมถึงซื้อ วันนี้ก็เอาคำตอบมาให้แล้วว่าเขามีประสบการณ์การทำงานเป็น 300-400 ครั้ง ท่านจะไม่เอาไปคิดไม่ได้ เพราะนั่นคือที่มาของความต้องการ ผมมีการประเมินตลอดเวลา แต่ประเมินไม่ได้ออกมาจากห้องแล็บ เป็นการประเมินจากผลงานที่ทำ ส่วนจะซื้อต่อหรือไม่ เราระงับการซื้อไปแล้ว หากไม่มั่นใจก็จะไม่ซื้อ ส่วนผู้ใช้ นายกรัฐมนตรีบอกว่าเจ้าหน้าที่ยังใช้อยู่ ทำอย่างไรจะไปอธิบายผลทางแล็บให้เขาเข้าใจว่าเครื่องใช้ไม่ได้ ซึ่งจะให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไปชี้แจง ขณะเดียวกันเขาต้องไปรับทราบว่า หากวันนี้ไปตรวจแล้วเจอ เขาต้องรับรู้เช่นกัน ดังนั้น ขณะนี้เราจะใช้ไปพร้อมกับประเมินอย่างละเอียด และเรียนไปยังกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ไปชี้แจงกำลังพลของเราว่าเกิดจากความเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะพาเจ้าหน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไปร่วมตรวจด้วย” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

 ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ยังไม่มีเครื่องมีใดที่จะตรวจวัตถุระเบิดในระยะไกลได้ ถ้ามีก็แน่นอน และได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์และหน่วยงานที่ใช้ ทุกคนก็ต้องการแน่ แต่ขณะนี้ยังไม่มี ถ้ามีก็จะเป็นตระกูลเดียวกันกับจีที 200 หรือ อัลฟา 6 แต่มีการทำงานในลักษณะเดียวกัน และไม่แน่ใจว่าวิทยาศาสตร์จะรับรองได้หรือไม่ การออกมาแถลงวันนี้ไม่ได้โต้เถียงหรือแก้ตัว แต่เกิดมาแบบนี้จริงๆ การจัดซื้อจีที 200 ประชาชนสนใจ คือเรื่องทุจริต ขอย้ำว่าหากตรวจเจอไม่ว่าจะเป็นตนหรือคนอื่น สามารถดำเนินการได้ทุกองค์กรที่เข้ามาตรวจสอบ ประชาชนจะได้สบายใจ

ลงพื้นที่เยี่ยมกำลังพล 19 ก.พ.

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีพูดอีกแบบแล้ว ผบ.ทบ.พูดอีกแบบ อย่างนี้ประชาชนจะเชื่อใคร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ พูดถึงผลจากการทดสอบการใช้เครื่องจีที 200 โดยนักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ ว่าทำงานได้ 4 ครั้งต่อ 20 ครั้ง ถือว่าใช้ไม่ได้ แต่กรณีตนทำให้ประชาชนทราบว่าทำไมถึงซื้อ โดยเอาประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นต้องเชื่อทั้ง 2 คน

 “เราเพียงแต่นำข้อมูลให้ประชาชนทราบ ไม่ได้มากดดันใคร ทั้งนี้ ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพจีที 200 เป็นเปอร์เซ็นต์ได้ เพราะเป็นเรื่องยาก” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

 เมื่อถามอีกว่า หากเครื่องใช้ไม่ได้จะฟ้องร้องบริษัทหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จะดำเนินตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง เพราะส่วนหนึ่งลูกน้องบอกว่าสามารถใช้การได้ หากบริษัทบอกว่าพยานยืนอยู่ข้างหลัง ตรวจสอบแล้วเจอจะว่าอย่างไร

 ส่วนขวัญกำลังใจกำลังพลในพื้นที่หลังผลสอบจีที 200 ไร้คุณภาพนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดกับหน่วยในพื้นที่ วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ จะเดินทางลงพื้นที่ ซึ่งจะทราบว่าเป็นอย่างไร

 พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และอดีต ผอ.รมน.ภาค 4 ในปี 50-51 กล่าวว่า พ.อ.ทวีศักดิ์ หน่วยอีโอดี ทบ. ได้บอกว่ามีเครื่องมือชี้วัตถุระเบิดได้ในระยะไกลพอสมควร เพราะมีประสบการณ์จากภาคสนาม ปืนจริง ระเบิดจริง ไม่ใช่ในห้องทดลอง เมื่อมีผู้บังคับบัญชาเดินทางมาก็จะให้หน่วยอีโอดี รายงานรายละเอียด เพื่อขอรับการสนับสนุน เพื่อต้องการให้กำลังพลปลอดภัย ทั้งนี้ มิใช่มีไปพูดว่าเครื่องมือมีลักษณะไม้ชี้สุสาน สุสานคือที่ฝังศพ จะสุ่มอย่างไร 80-90 % ก็ต้องเจอศพ แต่มิใช่ตามบ้าน ตามป่า ตามภูเขา ที่จะมีปืน มีระเบิด ตามที่นักวิชาการบางคนได้กล่าวเปรียบเทียบไว้ แสดงว่าทุกบ้าน ทุกจุด ต้องมีปืนอยู่ การพูดอย่างนั้น จะเป็นการผลักประชาชนที่เป็นฝ่ายเราไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่เคยคิดเช่นนั้น

 “ ผมยืนยันว่า คนที่ทำงานคือ คนที่เสี่ยงชีวิต ความเป็น ความตาย ฝากไว้ที่เครื่องมือ เมื่อเขาเชื่อมั่นในเครื่องมือชนิดนี้ ท่านจะไปห้าม หรือไม่สนับสนุน คงไม่ได้ จนกว่าท่านจะหาเครื่องมือมาทดแทน ในส่วนของการใช้สุนัขใช้ได้ในระยะใกล้ เราเสียสุนัข พร้อมกับผู้บังคับสุนัขมามากแล้ว ซึ่งการใช้สุนัขต้องเข้าไปอยู่ใกล้วัตถุเหมือนเครื่องมือ เซเบอร์ 4000 ไม่สามารถตรวจไกลได้ เพราะฉะนั้น การที่ ใช้จีที 200 คือ การจำกัดขอบเขตว่าอยู่แนวนี้ อยากให้ประชาชนได้เข้าใจในหน่วยอีโอดี ส่วนประเด็นละเมิดสิทธิ์นั้น น่าจะมีการเข้าใจผิด เมื่อมีการออกแผน เราจะใช้ข้อมูลด้านการข่าว ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ตาม พรบ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อไปเชิญตัว ตามข้อมูลด้านการข่าว เมื่อรู้ว่าเป็นมือระเบิด หรือ มือสังหาร ก็จะใช้เครื่องมือไปตรวจว่ามีหรือไม่ ก็นำวัตถุพยานเหล่านั้นเอามาประกอบการดำเนินคดี ไม่ใช่ชี้ว่าเป็นความผิด ”

 พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เราตรวจสอบพิสูจน์ทราบมานาน โดยใช้หน่วยของเราตรวจสอบ ด้วยคน ด้วยชีวิต เลือดเนื้อ และ ด้วยจิตใจ ซึ่งทุกคนก็รักชีวิต เพราะฉะนั้น ถ้าใช้ไม่ได้จริง เขาคงโยนทิ้งไปแล้ว เพราะทุกคนก็รักชีวิตเหมือนกัน

 น.อ. สมภพ ปีตะเสน หัวหน้ากองทำลายวัตถุระเบิด กรมสรรพาวุธทหารอากาศ แถลงว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว กองทัพอากาศรับการทดสอบเก็บวัตถุระเบิดเบื้องต้น จากระยะไกล จากบริษัทเมื่อปี 2546 ซึ่งกองทัพอากาศไม่ได้ผลีผลาม ใช้เวลาในการตรวจสอบเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง และมั่นใจในเบื้องต้นว่า จีที 200 สามารถทำงานได้จริง จากนั้นเมื่อปี 2548 กองทัพอากาศได้จัดการซื้อเบื้องต้นมาใช้งานที่สนามบินกองทัพอากาศ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาความปลอดภัยได้ทั่วถึง ซึ่งมีหลายกรณีที่เครื่อง จีที 200 นำไปใช้ได้ผล และต่อมากองทัพอากาศได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัตถุระเบิดไปใช้งาน ซึ่งในเวลานั้นไม่มีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดในระยะไกล ทำให้กองทัพอากาศได้รับการร้องขอเป็นจำนวนมาก และมีการจัดซื้อในที่สุด

 พล.ต. ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เจ้ากรมยุทธการกองทัพบก กล่าวว่า ชุดทำลายและเก็บกู้วัตถุระเบิด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ได้ทดลองใช้ เครื่องตรวจจีที 200 ในปี 2548 ซึ่งปรากฎว่าพบอาวุธในมัสยิดที่ อ.รามัน จ.ยะลา ทำให้เห็นว่าเครื่องนี้สามารถใช้การได้ จึงเสนอขอเครื่องมือดังกล่าวในปี 2550 เพราะเชื่อว่าสามารถป้องกันอันตรายจากการใช้ระเบิดของผู้ก่อการร้าย เพื่อรักษาชีวิตทั้งของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้ กองทัพบกจึงจัดหาให้ตามขั้นตอน โดยจัดซื้อขั้นต้น 26 เครื่อง ให้เฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า นำไปใช้ในพื้นที่ ซึ่งเกิดผลงานหลายครั้ง ทางหน่วยย่อยหน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ จึงเสนอขอเครื่องมือนี้ในหน่วยปฏิบัติบ้าง กองทัพบกจึงจ่ายให้ กองร้อยละ 2 เครื่อง ซึ่งได้ผลเช่นกัน

 พล.ต.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า กระทั่งปี 2550 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. จัดหาให้กองทัพภาคที่ 3 สองเครื่อง เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อตรวจหาสารเสพติด ซึ่งสามารถตรวจพบยาเสพติด อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ จากนั้น กองทัพบก จึงจัดซื้อเครื่อง จีที 200 จำนวน 757 ครั้ง โดยมีการจัดซื้อทั้งหมด 12 ครั้ง โดยแบ่งใช้ในพื้นที่ภาคใต้ 524 เครื่อง กองกำลังตามแนวชายแดน 180 เครื่อง และตามหน่วยต่าง ๆ อีก 20 เครื่อง ส่วนเจ้าหน้าที่อีโอดี มีใช้ประมาณ 23 เครื่อง และเก็บไว้ที่คลังสรรพาวุธอีก 10 เครื่อง สำหรับผลงาน ตั้งแต่ปลายปี 2551 - ปัจจุบัน มีผลงาน 118 ครั้ง เป็นการพบอาวุธ 32 ครั้ง และยาเสพติด 86 ครั้ง

 พล.ต. ศุภกร สงวนชาติศรไกร เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก กล่าวว่า เครื่องจีที 200 มีการจัดซื้อในสมัยของ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 59 เครื่อง สมัยของนาย สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 107 เครื่อง สมัยของนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 44 เครื่อง และสมัยของ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำนวน 547 เครื่อง โดยจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ และมีการจัดหาอย่างต่อเนื่องตามรัฐบาล โดยมีการพิจารณาจากผลงาน เพื่อใช้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยใช้งบประมาณจาก 3 ส่วน คือ 1.เงินบริจาค 2.เงินสนับสนุนจาก กอ.รมน. และ 3.งบประมาณปีของกองทัพบก ซึ่งขั้นตอนจะให้ทางกรมสรรพาวุธเป็นผู้จัดซื้อจากผู้ผลิตว่าควรจะมีราคาเท่าไหร่ ซึ่งทั้งหมดมีการจัดซื้อทั้งหมด 12 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดซื้อ 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9.5 แสนบาท และครั้งที่สองซื้ออีก 24 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9.5 แสนบาท พร้อมการ์ดจำนวน 10 ใบ หลังจากนั้นจัดซื้ออีกล็อตใหญ่จำนวน 751 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท พร้อมการ์ด 18 ใบ

 พล.ท. เอกชัย วัชรประทีป เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก กล่าวว่า การจัดซื้อทั้งหมดใช้วิธีพิเศษ และการจัดซื้อก็ซื้อตามความต้องการของผู้ใช้โดยระบุว่าต้องการเครื่องจีที 200 แต่ก่อนที่จะมีการจัดซื้อได้มีการทดลองใช้หลายยี่ห้อ โดยส่งไปให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อทดลองใช้ แต่ปรากฏว่าประสิทธิภาพสู้ จีที 200 ไม่ได้ จึงได้จัดซื้อของบริษัทเอวีเอ ฯ แต่ราคาแต่ละเครื่องมีราคาแตกต่างกัน เนื่องจากการ์ดที่ใส่ไปในตัวเครื่องจีที 200 ไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังมีหลายหน่วยงานนำไปใช้ปฏิบัติงาน การที่กองทัพบกจัดซื้อที่มีราคาแพงเนื่องจากมีการจัดซื้อพร้อมการ์ดที่ครบทุกอย่างสามารถตรวจมวลสารได้ 18 อย่าง ซึ่งความจริงจะถูกหรือแพงจะต้องดูที่ผลงาน เพราะเงินเพียง 9 แสนบาทเทียบกับชีวิตคนไม่ได้ ขอยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบทุกประการ

 เมื่อถามว่า ในสัญญามีการประกันราคาและเครื่องใช้งานไม่ได้ส่งคืนได้หรือไม่ พล.ท.เอกชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องการตรวจรับบางเครื่องใช้การไม่ได้ เราก็ไม่ตรวจรับแล้วให้บริษัทเอาเครื่องมาทดแทน ทั้งนี้ยังมีเรื่องการฝึกการดูแลหลังการขายและการ์ดอันหนึ่งก็ใช้งานได้ 12 ปี ส่วนการผ่าเครื่องไม่มีการพูดถึง

 เมื่อถามว่า กองทัพบกไม่ปฏิเสธประสิทธิภาพเครื่องแต่การจัดซื้อเปิดให้บริษัทเอวีเอแห่งเดียวทำให้ราคาแพงเปิดช่องทุจริตหรือไม่ พล.ท.เอกชัย กล่าวว่า มาจากผลของผู้ใช้ที่ทดลองใช้ว่าจีที 200 เหมาะใช้งาน ซึ่งมีเครื่องแบบนี้หลายยี่ห้อ เอามาให้ตนส่งให้ผู้ใช้งานในทุกพื้นที่ทดสอบทดลอง แต่ประสิทธิภาพสู้จีที 200 ไม่ได้ และหน่วยระบุออกมาว่าจะจัดหาให้ก็จะเป็นจีที 200 ซึ่งมีบริษัทผู้ขายบริษัทนี้แห่งเดียว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แถลงข่าวข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้เครื่องจีที 200 พล.อ.อนุพงษ์ ได้นำเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี จากกองทัพภาคที่ 1-2-3 และ 4 และเจ้าหน้าที่จากหน่วยนาวิกโยธินที่ปฏิบัติในพื้นที่ภาคใต้มาร่วมแถลงข่าวพร้อมกับชี้แจงในการใช้เครื่อง จีที 200 กว่า 30 คน โดยให้หน่วยกำลังเฉพาะกิจ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ได้ออกมายืนยันว่าใช้ได้จริง หากไม่มีอาจจะมีคนตายไปมากกว่า หรือตนคงตายไปแล้ว รวมถึงยืนยันถึงประสิทธิภาพในการใช้งานได้ผลดี ทั้งนี้การแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีเหล่าบรรดา 5 เสือ ทบ. เข้าร่วมฟังแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย ทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ. พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท. คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 รวมถึงนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอีกหลายคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงข่าวเปิดใจถึงการใช้งานเครื่อง จีที 200 ทาง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งกำชับ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ชี้แจงรายละเอียดให้กับประชาชนได้รับทราบภายในสัปดาห์นี้ ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่อง จีที 200 มาร่วมกันแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานี ททบ.5 และ สถานีเอ็นบีที เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะกำลังพลของกองทัพบก

"มาร์ค"ยันตรวจสอบการจัดซื้อจีที200

เมื่อเวลา 12.15 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 เป็นประธานการประชุม โดยนายซูการณ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯเรื่อง การไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อมีผลของการทดสอบเครื่องจีที 200 พบว่าเครื่องมีความผิดพลาดถึงร้อยละ 80 โดยปรากฎชัดว่าไร้ประสิทธิภาพไม่คุ้มกับงบประมาณที่ลงทุนในการจัดซื้อ รัฐบาลยังไม่มีการห้ามใช้เครื่องมือดังกล่าวในพื้นที่ เพียงแต่สั่งไม่ให้ซื้อเพิ่ม หากยังคงมีการใช้เครื่องจีที 200 ต่อไป และมีปัญหาอีกใครจะรับผิดชอบ ทั้งนี้การจัดซื้อเครื่องจีที 200 มีการดำเนินการผ่านบริษัทเอวีเอเซทคอม จำกัด ที่มีการจำหน่ายให้หน่วยงานของรัฐทั้งหมด โดยมีบุคคลผู้ประสานงานมีความใกล้ชิดกับบุคคลที่ทำการโค่นล้มรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้นายสุเทพ ดวงจินดา ผู้บริหารของบริษัทเอวีเอเซทคอมจำกัด เคยสมัครเข้าเรียนในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เคยเป็นผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วน ในลำดับที่ 58 ในการเลือกตั้งปี 2548 จึงอยากถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการกับบริษัทเอวีเอเซทคอม จำกัด อย่างไร

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เครื่องจีที 200 เริ่มมีการใช้ตั้งแต่ปี 2547 - 2548 โดยเริ่มนำมาใช้ในกองทัพอากาศ ต่อมามีการซื้อเครื่องต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ทั้งในสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยเครื่องดังกล่าวมีการใช้ทั้งการตรวจยาเสพติดและวัตถุระเบิด ที่ผ่านมามีผู้มาบอกกับตนว่าขอให้มีการใช้เครื่องนี้เพื่อความมั่นใจในการตรวจสอบวัตถุระเบิด ส่วนปัญหาการตรวจสอบเครื่องจีที 200 เพิ่งจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี เคยมีคำชี้แจงก่อนหน้านี้ของบริษัทเอกชนว่าเครื่องดังกล่าวเป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้น และต่อมาเมื่อมีการตั้งข้อสงสัยเครื่องมือแบบเดียวกัน และมีการทดสอบในต่างประเทศจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสงสัยมากขึ้น โดยกว่า 40 หน่วยงานทั่วโลกเพิ่มให้ความสงสัย รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อมีข่าวและการตั้งข้อสังเกต ตนได้ติดต่อไปยังนักวิชาการโดยตรงถึงที่มาที่ไปของประเด็นที่ตั้งข้อสงสัย เมื่อเห็นว่าข้อมูลมีน้ำหนักจึงขอให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าเครื่องนี้ใช้กันมาก่อนหน้ารัฐบาลนี้ โดยมีข้อสงสัยแต่ไม่มีการกล่าวหากันแน่ชัด ต่อมารัฐบาลนี้ได้ทำการตรวจสอบ ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยเรื่องนี้และได้ดำเนินการตรวจสอบจนได้ข้อยุติ โดยเมื่อได้ข้อยุติแล้วสิ่งแรกทำได้คือการระงับการจัดซื้อเพิ่มเติม ถัดมารัฐบาลจะพิจารณาว่าการใช้งานจะทำอย่างไร โดยล่าสุดรัฐบาลได้แจ้งผลการทดสอบและข้อสรุปทางวิชาการไปยังหน่วยราชการแล้ว โดยมีความชัดเจนว่าจะไม่นำเครื่องมือนี้ไปใช้ในการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รัฐบาลขอยืนยันว่าการใช้เรื่องจีที 200 เป็นการตรวจสอบเบื้องต้น จะไม่มีส่วนเกี่ยวกับการดำเนินคดี การดำเนินคดีจะทำได้ต่อเมื่อมีการตรวจสอบเท่านั้น ดังนั้นหากมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบให้แจงมายังรัฐบาลได้ ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบ และมีมาตรการเยียวยา สำหรับมาตรการสำหรับเจ้าหน้าที่ ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ที่ใช้เครื่องนี้ยังมีความเชื่อส่วนตัวว่าเครื่องนี้ยังใช้ได้ แม้รัฐบาลจะย้ำความจริงว่าผลการทดสอบไม่ได้เป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ดีคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้กระทบกับขวัญและกำลังของเจ้าหน้าที่ เพราะการยกเลิกการใช้งานไม่สามารถทำได้ในทันทีทันใด ดังนั้นแนวทางที่รัฐบาลทำได้ในขณะนี้คือการทำให้เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าเครื่องมือไม่มีประสิทธิภาพ และปกป้องประชาชนไม่ให้เกิดปัญหาจากความเสี่ยง โดยมอบนโยบายให้ผู้บัญชาการทหารบก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ช่วยดำเนินการเรื่องนี้แล้ว

 นายซูการ์โน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบคำถามที่เกี่ยวกับนายสุเทพ ดวงจินดา ตนจึงขอสรุปเอาเองว่านายสุเทพคงมีการทุจริตแบบครบวงจร ตนขอถามอีกว่า เมื่อนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเครื่องจีที 200 ยังมีความจำเป็นต้องใช้งานต่อ นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรกับการจัดซื้อเครื่องของกระทรวงกลาโหมซึ่งเชื่อว่าอาจมีการทุจริต โดยการจัดซื้อมี 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 52 จำนวน 222 เครื่อง มูลค่า 199 ล้านบาท ครั้งที่สองวันที่ 28 เม.ย.จำนวน 129 เครื่อง มูลค่ากว่า 120 ล้านบาท เฉลี่ยราคาเครื่องละ 9 แสนบาท -1.4 ล้านบาท โดยการจัดซื้อใช้วิธีพิเศษ ขณะที่ กรมศุลกากรมีการจัดซื้อโดยวิธีการประมูล แต่มีราคาเครื่องอยู่ที่เครื่องละ 4.2 แสนบาท จึงขอถามนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไร

 นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ตนได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานให้ทำรายงานการจัดซ้อจัดจ้างให้รัฐบาลพิจารณาทั้งหมดทุกหน่วยงานและทุกยุค รัฐบาลยืนยันจะไม่มีการดำเนินการสองมาตรฐาน อย่างไรก็ดีการตั้งกระทู้ถามสดไม่ได้มีการกล่าวถึงการจัดซื้อในปี 2551 ซึ่งมีการจัดซื้อในราคาไม่ต่างกัน ขอย้ำว่ารัฐบาลจะตรวจสอบทั้งหมดไม่มีการละเว้น โดนหากพบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างที่ทุจริตจะมีการดำเนินการไม่มีการละเว้น ส่วนกรณีผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใครรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่สำคัญว่าเป็นใครหรือเคยสมัครส.ส.พรรคใดมาก่อน

 นายซูการ์โน กล่าวต่อไปอีกว่า เนื่องจากปรากฏว่ากระทรวงมหาดไทยมีการจัดซื้อเครื่องอัลฟาซิกเพื่อตรวจสอบสารเสพติด 2 ครั้ง โดยมีราคาเฉลี่ย 5 - 7.3 แสนบาทต่อเครื่อง คณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการจัดซื้อโดยมีราคาเฉลี่ย โดยข้อมูลว่าปปส.มีการจัดซื้อเครื่องอัลฟ่าซิกในราคาเฉลี่ยน 4 แสนบาทต่อเครื่อง รัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีเครื่องอัลฟ่าซิกรัฐบาลจะใช้หลักการเดียวกันทั้งหมดโดยจะมีการตรวจสอบ และหากพบว่าเป็นเครื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพจะระงับการจัดซื้อ และให้รายงานการจัดซื้อของทุกหน่วยงานมายังรัฐบาลทั้งหมด ทั้งนี้เครื่องเหล่านี้มีการจัดซื้อกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีราคาไม่แตกต่างกันมาก แต่เมื่อพบว่ามีปัญหารัฐบาลจะดำเนินการอย่างให้ทำอย่างโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล