ข่าว

ป.ป.ช. ดึงภาคธุรกิจ"อันดามัน"-แก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น

ป.ป.ช. ดึงภาคธุรกิจ"อันดามัน"-แก้ปัญหาการคอร์รัปชั่น

11 มี.ค. 2552

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2552 ที่ห้องประชุมโรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุตจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานเปิดการเสวนาระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช.และภาคธุรกิจเอกชน

 เรื่อง “ ภาคธุรกิจโปร่งใส แผ่นดินไทยไร้คอร์รัปชั่น ” ซึ่งสำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจและธุรกิจเอกชน สำนักงาน ป.ป.ช. จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าจังหวัด โดยมีผู้ประกอบการในภาคธุรกิจเอกชนที่เป็นสมาชิกหอการค้าจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา และตรัง เข้าร่วม
 นางสาวดวงพร รุจิเรข รองเลาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์  และสนับสนุนการปฎิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการป้องกันการทุจริต จึงได้จัดให้มีการเสวนาในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจเอกชนได้เห็นความสำคัญในการที่จะร่วมมือแก้ไขปัญหาการทุจริตซึ่งเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการพัฒนาประเทศ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และรณรงค์สร้างกระแสในการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชน ประกอบการภาคธุรกิจเอกชนได้มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ อันจะนำไปสู่การรวมพลังกันเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อไป
 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และในระดับสากลการทุจริตคอร์รัปชันถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของบ้านเมืองแล้ว รวมทั้งได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอกชนโดยตรงอีกด้วย ซึ่งวิกฤตการณ์ดังกล่าวได้ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ที่จะต้องจดจำไว้เป็นบทเรียนแห่งความผิดพลาดไปอีกยาวนาน ซึ่งหากไม่รวมมือกันแก้ไข อนาคตปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาคธุรกิจอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีความร้ายแรงมากกว่าในภาครัฐก็เป็นไปได้
 ดังนั้น จึงต้องเร่งสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชนประกอบการตามหลักธรรมาภิบาล เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด ภาครัฐเองก็ต้องทำหน้าที่ช่วยกันดูแลภาคธุรกิจเอกชนอย่างเป็นธรรมด้วย
 นอกจากนี้ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ยังกล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ป.ป.ช โลก หรือ IACC ในช่วงปลายปีหน้าว่า การจัดประชุมดังกล่าวจะมีภาคเอกชนภาคประชาสังคม ภาครัฐ และนักวิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วมประมาณ 1 พัน 5 ร้อยคน ที่จะมาร่วมกันกำหนดทิศทางและหาทางแก้ไขปัญหาการทุจริต ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ช่วยสร้างกระแสความตื่นตัวของคนในชาติ รวมถึงยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติด้านความโปร่งใสคุณธรรม และจริยธรรมด้วย.