
รมว.วิทย์ฯย้ำตรวจสอบจีที200ตามหลักสากล
รมว.วิทย์ฯ ย้ำ สอบจีที 200 รอบคอบ เป็นไปตามหลักสากล เผยตรวจอัลฟ่า 6 ใช้หลักเกณฑ์เดิม ยัน เหตุผ่าพิสูจน์ไม่ได้เพราะกองทัพทำสัญญาไว้ เตรียมลงพื้นที่ 3 จ.ชายแดนใต้ 23 ก.พ.นี้ เพื่อทำความเข้าใจกับ จนท. พร้อมสัญญาจะหาเครื่องมือมาช่วยลดความเสี่ยง
(18ก.พ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงการตรวจสอบเครื่องตรวจสารเสพติด รุ่น อัลฟา 6 ว่า จะใช้วิธีการเดียวกันกับการตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 เพราะเป็นวิธีการตรวจสอบที่หลายฝ่ายเห็นด้วย เช่น กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ที่เห็นชอบในเรื่องสถานที่และสารที่จะตรวจรวมถึงบุคคลที่จะมาถือเครื่องอัลฟา 6 ซึ่งในการตรวจสอบจะใช้ระบบเดิม เหมือนกับการตรวจเครื่องจีที 200 ที่ตรงตามหลักสากล หลักวิทยาศาตร์ และหลักสถิติ เพียงแต่เจ้าของเครื่องต้องหาบุคคลที่จะมาทดสอบ สารที่จะทดสอบ และสถานที่ หากได้ครบ 3 อย่าง ก็สามารถที่จะกำหนดการทดสอบ แต่ก็ต้องขอเวลาเตรียมการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนครั้งที่จะใช้ในการทดสอบจะเหมือนกับจีที 200 หรือไม่ รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า การทดสอบ 2 วัน หรือ 20 ครั้ง เป็นสถิติที่ยอมรับ ซึ่งทุกหน่วยงานที่ร่วมประชุมเห็นด้วยและก็พอใจ ถ้ากระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงยุติธรรม จะให้ทำมากกว่านั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ในแง่สถิติแล้วคิดว่าเป็นตัวเลขที่น่าเชื่อถือได้ ส่วนเรื่องเวลาในการตรวจสอบก็จะใช้เหมือนกับการทดสอบเครื่องจีที 200
ผู้สื่อข่าวถามว่า อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น เคทีอี 651 จะตรวจสอบด้วยหรือไม่ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ถ้าจะให้ตรวจก็คงตรวจได้ เพียงแต่ว่าแต่ละเครื่อง ก็ใช้บุคคลที่ใช้ก็จะต่างกัน สารที่ตรวจก็ต่างกัน และยาเสพติดมีตัวที่จะต้องตรวจมาก เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับ 2 กระทรวงดังกล่าว
ส่วนที่แม่ทัพภาค 4 ต้องการที่จะให้นำเครื่องจีที 200 ลงไปตรวจในพื้นที่จริง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า การทดสอบในพื้นที่จริง สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวรบกวนมาก เพราะฉะนั้น ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ อย่างในห้องทดลอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจแล้วว่าผลสรุปที่ออกมาจะเพียงพอต่อการยืนยันว่าเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพ จึงไม่จำเป็นต้องนำมาตรวจสอบอีก คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า คิดว่าเพียงพอ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่บางหน่วยงานต้องการให้มีการผ่าพิสูจน์เครื่องหรือเอ็กซ์เรย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคนที่ซื้อมีสัญญากับบริษัท ที่จะไม่ให้มีการผ่าพิสูจน์เครื่อง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นหน่วยงานใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า สัญญาลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายได้ว่า รัฐบาลอยู่ในภาวะที่เสียเปรียบ เพราะไม่สามารถพิสูจน์เครื่องได้ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า คงให้ความเห็นไม่ได้ เพราะตอนที่ซื้อและตอนที่ทดลองสเป็กเป็นอย่างไรไม่ทราบ
“ส่วนสัญญาที่จะไม่ให้เปิดเครื่องเพื่อพิสูจน์ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีกี่สัญญา แต่ตอนทดสอบก็คิดเพียงว่าเราน่าจะทำอะไรกับเครื่องนี้ เช่น การเอ็กซ์เรย์ ดังนั้น หากจะผ่าเพียงเครื่องเดียวก็ถือว่าเราผิดสัญญา เพราะเจ้าของเครื่องบอกเพียงว่าหากเครื่องเขาเสียหาย หรือไปทำอะไรกับเครื่องก็จะผิดสัญญาเหมือนกัน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์เราซื้อมา ก็มีสัญญาให้ซ่อม 2-3 ปี แต่เมื่อเอาคอมพิวเตอร์ไปให้ร้านข้างบ้านซ่อม เขาก็ไม่รับผิดชอบ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาว่าเขียนอะไร เพราะฉะนั้น จะไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า สัญญานี้เป็นอย่างไร ” คุณหญิงกลัยา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวสัญญาเริ่มต้นเป็นของกองทัพใช่หรือไม่ ที่เป็นข้อผูกมัดจนไม่สามารถผ่าเครื่องได้ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ได้รับทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตุว่าการทดสอบที่ผ่านมายังไม่โปปร่งใส มีข้อบกพร่อง และบางส่วนก็ไม่ยอมรับในการตัดสิน คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบทำอย่างรอบคอบ และทุกๆฝ่ายตกลงเห็นชอบที่ให้ทำวิธีการเช่นนี้ ส่วนจะเข้าไปทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น น่าจะได้คำตอบในวันที่ 23 ก.พ.นี้ และจะเชิญชวนคณะกรรมการลงไปด้วย และคงมีเอกสารประกอบให้เขาสบายใจ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ก็พยายามที่จะหาเครื่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานในพื้นที่ทำงานได้อย่างปลอดภัย



