
ตัดกรรมแต่ไม่ตัดบาป
ช่วงนี้ผมไม่ได้อยู่เมืองไทย มาอินเดียหลายวัน ตามรายการทัวร์จารึกดินแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระพุทธเจ้า ในสาธารณรัฐอินเดีย และเนปาล เป็นรายการทัวร์ 8 วัน 7 คืน ตะลอนๆ ไปตามเมืองต่างๆ เป็นการแสวงบุญโดยแท้
ระยะหลังรายการทัวร์อินเดียเป็นที่นิยมของนักการเมืองยุคใหม่แต่นิสัยเก่า บางรายอ้างว่ามาตัดกรรม แสวงหาผลบุญเพื่อล้างบาปเดิมๆ แต่ถ้านิสัยไม่เปลี่ยน ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ดังเช่นคำพูดที่ว่าสันดอนขุดได้ สันดานขุดไม่ได้นั่นเอง
บนเส้นทางสายเดียวกัน มีคณะจากเมืองไทยหลายชุด รวมทั้งนักการเมือง หัวขาวซึ่งเป็นดาวร้ายในสภา รับใช้คนหนีคุก มากับคณะพระสงฆ์จากวัดต่างจังหวัด แม้จะมาเคารพต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว นิสัย แนวคิดยังไม่เปลี่ยน
แถมยังเถียงพระนำคณะ ว่าคนหนีคุกเป็นคนดี แล้วอย่างนี้จะไปเห็นเส้นทางสว่างของชีวิตได้อย่างไร ต่อให้มาอีกร้อยเที่ยว เอาหัวโขกกำแพงล้อมต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นพันๆ ครั้ง ความคิดชั่วร้ายก็ไม่หายไปจากหัวกะโหลก
นักการเมืองทรงอิทธิพลบางรายยังไม่วายแสดงออกให้เห็นความยิ่งใหญ่ในรูปแบบต่างๆ บ้างก็เอาต้นไม้แก้ว เงิน ทองไปไว้ในห้องพระพุทธเมตตา ตอนหลังไม่รู้ว่าใครขนไปเก็บไว้ที่ไหน บางรายซื้อเต็นท์เอาฝากไว้วัดไทยในพุทธคยา
หวังว่าการไปนั่งสมาธิ เจริญธรรมนั้น จะช่วยตัดกรรมได้!
เห็นคนไปแสวงบุญจากชาติต่างๆ ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ก็ยังว่าศาสนาพุทธจะยังคงอยู่อีกนาน หรืออย่างน้อยก็ครบ 5,000 ปี ตามคำทำนายของพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้เท่าที่ยังยืนหยัดอยู่ในดินแดนซึ่งนับถือศาสนาฮินดูเป็นหลักแล้วก็ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ เพราะคนนับถือพุทธในอินเดียมีเพียง 25 ล้านคน
นั่นไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ในประชากร 1,100 ล้านคน !
ผมมาเห็นสภาพของอินเดียได้ข้อคิดหลายอย่าง อินเดียเป็นประเทศเดียวที่ไม่ได้มาเองง่ายๆ ถ้าไม่มีใครคอยจัดการให้ เพราะความไม่สะดวกหลายประการ และความกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ เป็นทั้งสวรรค์และนรกบนดินให้เห็น
เห็นแล้วก็ให้บทเรียนแก่ชีวิตว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนี้แตกต่างกันตั้งแต่ก่อนเกิดด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอินเดียซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งภาษาและชนชั้น เอาเพียงเห็นความยากจนที่เป็นอยู่ เด็กขอทานซึ่งคงไม่ได้โชคดีเหมือนเด็กในหนังเรื่อง Slum Dog Millionaire เพราะลำพังการขอเงินจากผู้ใจบุญก็ยากเย็น
ผู้ที่คุ้นกับสภาพของอินเดียคงไม่รู้สึกแปลก แต่ถ้าจะเทียบกับจำนวนประชากร และศักยภาพ เช่นจีนกับอินเดีย จะเห็นว่าเป็นคนละเรื่อง
แบบว่าทางใครทางมัน เส้นทางชีวิต และโอกาสต่างกัน ตั้งแต่เกิด ถ้าไม่คิดถึงเรื่องชาติกำเนิดสีผิว คนอินเดียมีโอกาสได้ความรู้น้อยกว่าคนจีนเพราะชั้นวรรณะ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าถ้าอินเดียนับถือศาสนาพุทธ สภาพสังคมและการดำเนินชีวิต ทัศนคติ และปัจจัยต่างๆ จะแตกต่างจากที่เป็นอยู่หรือไม่
ยังมีประเด็นๆ ในการแสวงบุญ แล้วจะเล่าให้ฟังแทนการเมืองอีกนิ! อิอิอิ!!!



