
เหยื่อเรือล่มกุ๊กไทย-ชาวญี่ปุ่นยังสูญหาย
ญาติของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรียเดินทางมาขอรับศพเหยื่อเรือล่มแล้ว ประสานการท่องเที่ยวประกอบพิธีที่ จ.ภูเก็ต ล่าสุดพบศพผู้สูญหายอีก 4 ราย
ความคืบหน้ากรณีการค้นหาผู้สูญหายกรณีเรือโชคสมบูรณ์ 19 ของบริษัท ไดว์ เอเชีย จำกัด อับปางกลางทะเลอันดามัน ส่งผลให้มีผู้สูญหาย 7 คน และพบศพแล้ว 1 รายเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2552 ผู้ช่วยกงสุลออสเตรีย ประจำจังหวัดภูเก็ต ได้นำสามีและบุตรของนาง Jetzinger Gabrielle อายุ 52 ปี นักท่องเที่ยวชาวออสเตรีย ซึ่งเสียชีวิตและพบเป็นศพแรก มาพบกับ ร.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อนำหลักฐานมาแสดงและขอรับศพ หลังจากที่ได้ไปดูศพที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และได้รับการยืนยันจากเพื่อนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปด้วย รวมถึงแหวนและนาฬิกาซึ่งติดอยู่กับผู้ตาย ทั้งนี้ทั้งคู่อยู่ในอาการที่เศร้าโศก โดยเฉพาะลูกสาวที่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา
นางสาวนงนิตย์ เต็งมณีวรรณ ผช.ผอ.ททท.ภูเก็ต กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ประสบเหตุเรืออับปางในครั้งนี้ ว่า ททท.ภูเก็ต ได้ประสานไปยังสถานกงสุล สถานทูตที่นักท่องเที่ยวประสบเหตุและสูญหายทั้งญี่ปุ่น ออสเตรีย และสวิสเซอร์แลนด์ จากครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นชาวเยอรมันแต่จากการตรวจสอบพบว่าได้มีการโอนสัญชาติเป็นออสเตรียแล้ว
สำหรับกรณีศพของนาง Jetzinger Gabrielle ซึ่งพบเป็นศพแรกและนำขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ที่โรงพยาบาลวิชระภูเก็ต ได้มีญาติมาติดต่อขอรับศพแล้ว โดยทางสามีอยู่ระหว่างประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อออกใบมรณะบัตรและได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กงสุลออสเตรียประจำจังหวัดภูเก็ตว่าทางญาติมีความประสงค์จะจัดพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณีของไทยที่จังหวัด ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานติดต่อวัดที่จะใช้ในการประกอบพิธี ซึ่ง ททท.ภูเก็ต จะร่วมเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสียดังกล่าว
อย่างไรก็ตามนางสาวนงนิตย์ กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากกงสุลญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ว่าจะนำบิดาของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายเดินทางมาที่จ.ภูเก็ตด้วย
ทางด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง.ผกก. 8 บก.รน. กล่าวถึงความคืบหน้าในการค้นหาซากเรือที่อับปาง ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 11 มี.ค.) ในส่วนของตำรวจน้ำได้นำเรือ ต. 814 พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมกันนี้ก็ได้มีการประสานกับไดร์มาสเตอร์ของบริษัท ไดว์เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือเพื่อลงค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออีก 6 คน ซึ่งคาดว่าติดอยู่กับเรือ
ขณะนี้ได้พิกัดหรือจุดเรือจมที่แน่นอนจากเครื่องโซน่าประจำเรือพฤหัส ของกองทัพเรือแล้ว ปรากฎว่าเรือโชคสมบูรณ์ 19 ได้ถูกคลื่นซัดและแตกออกจากกันเป็น 2 ส่วน โดยท่อนแรกตั้งแต่หัวเรือจนถึงกลางเรือจมอยู่ที่พิกัดละติจูด 7 องศา 53.372 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 10.492 ลิปดาตะวันออก และท่อนที่ 2 ตั้งแต่กลางเรือจนถึงท้ายเรือจมอยู่ที่พิกัด 7 องศา 53.372 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 10.500 ลิปดาตะวันออกหรือห่างกันราว 8 เมตรในความลึก 70 เมตร
นักประดาน้ำของบริษัทฯ เจ้าของเรือได้เริ่มลงค้นหาเป็นครั้งแรกเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันนี้ ( 11 มี.ค.) โดยการดำค้นหาแต่ละครั้งสามารถอยู่ในความลึก 70 เมตร ได้เพียงไม่เกิน 20 นาที แต่จะมีการปรับตัวในทะเลลึกทุกๆ 10 เมตร รวมแล้วจะอยู่ในทะเลได้ไม่เกิน 1 ชม.ซึ่งถังดำน้ำจะมีการบรรจุออกซิเจน ไนโตรเจนและก๊าซฮีเลี่ยม ปรากฏว่าการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยระดับน้ำที่ลึก มีกระแสน้ำแรง จึงยังไม่สามารถค้นหาร่างของผู้ที่สูญหายและคาดว่าจะเสียชีวิตอยู่ภายในเรือได้ พ.ต.ท.ประเสริฐกล่าว
ขณะที่นายโอฬาร เฮงเจริญ ขนส่งทางน้ำภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่ผู้รอดชีวิต และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สวมเสื้อชูชีพ ว่า เนื่องจากเรือลำดังกล่าวเป็นเรือขนาดใหญ่ และพึ่งจดทะเบียนไปเมื่อประมาณเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตบนเรือลำดังกล่าวมีถูกต้อง และครบตามที่ได้กำหนดทั้งเสื้อชูชีพ แพช่วยชีวิต (แพชูชีพ) ก็มีเกินกว่าจำนวนน้ำหนักผู้โดยสารที่เขียนไว้ด้านข้างของเรือ และจากการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารในเรือลำดังกล่าวก็ไม่เกินน้ำหนักหรือจำนวนที่ระบุไว้อย่างแน่นอน
“ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าใส่ในช่วงที่มีพายุฝนค่อนข้างแรง ประกอบกับเป็นช่วงกลางคืน ดังนั้นนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารทั้งหมด อยู่ระหว่างการพักผ่อนนอนหลับ จึงทำให้ไม่มีการสวมใส่เสื้อชูชีพ และเป็นเวลากะทันหันรวดเร็วมาก จึงทำให้เป็นไปได้ว่ากัปตันเรือแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพไม่ทัน ”
นายโอฬาร กล่าวถึงผู้ที่รอดชีวิตมาได้ ว่า เนื่องจากหลังจากที่เรือจมแล้วสามารถที่จะว่ายน้ำมาขึ้นแพช่วยชีวิตที่ดีดตัวออกจากที่เก็บไว้ทางด้านข้างโดยอัตโนมัตเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงทำให้สามารถช่วยเหลือทำให้มีผู้รอดชีวิตมาได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่ติดใจในเรื่องของการไม่สวมเสื้อชูชีพด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
พบศพผู้สูญหายจากเรือล่มภูเก็ตอีก4ราย
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.ของวันที่ 11 มีนาคม 2552 ไดร์มาสเตอร์หรือทีมนักดำน้ำของบริษัท ไดว์เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่สอนดำน้ำอยู่ทั้งหมด จำนวน 6 คน แบ่งเป็น 2 ทีมๆ ละ 3 คน โดยสามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ที่ซากเรืออีก 4 ศพ ซึ่งติดอยู่ในห้องนอน ส่วนอีก 2 ศพ ยังไม่พบทั้งนี้สันนิษฐานว่าอาจถูกกระแสน้ำพัดพาหลุดออกไปจากซากเรือ หรืออาจจะติดภายในห้องพัก แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากมีเวลาค้นหาหรือทำงานได้น้อยมาก
ขณะที่ พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง.ผกก. 8 กองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนักประดาน้ำของบริษัท ไดว์เอเชีย จำกัดว่าสามารถค้นหาศพผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ตามซากเรือซึ่งแยกออกมาเป็น 2 ท่อน จำนวน 4 ศพ ส่วนที่เหลืออีก 2 ศพ สันนิษฐานว่าอาจถูกกระแสน้ำพัดพาหลุดออกไปจากซากเรือ หรืออาจจะติดอยู่ในซากเรือ ซึ่งก็คงจะต้องค้นหาอีกรอบ เนื่องจากนักประดาน้ำมีเวลาค้นหาหรือทำงานค่อยข้างน้อยมาก เพราะน้ำมีความลึกถึง 70 เมตร จึงใช้เวลาในการทำงานได้เพียงไม่เกิน 20 นาที
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนักประดาน้ำเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย จึงทำให้ไม่สามารถที่จะนำศพขึ้นมาได้ โดยจะนำศพทั้ง 4 คน ขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ ( 12 มีค.) ทำให้ยกเลิกการค้นหาชั่วคราว ซึ่งถือว่านักประดาน้ำประสบความสำเร็จในการค้นหาผู้เสียชีวิตระดับหนึ่งแล้ว โดยจะได้รายงานให้ ผบก.รน.และ ผวจ.ภูเก็ตทราบแล้วต่อไป เพื่อจะมีการประสานงานไปยังสถานทูตต่างๆทราบ
เผยผู้ที่ยังสูญหายเป็นกุ๊กไทยและ1ชาวญี่ปุ่น
พ.ต.ท.วัลลภ พวงผกา สารวัตรสถานีตำรวจน้ำภูเก็ต ว่า จากการที่ตำรวจน้ำ ทัพเรือภาคที่ 3 และทางบริษัทฯ เจ้าของเรือ ได้ร่วมกันค้นหาผู้สูญหาย โดยเรือหลวงพฤหัสได้ใช้โซน่าในการค้นหาจนสามารถระบุจุดให้นักประดาน้ำลงไปตรวจสอบสภาพเรือได้ จากเดิมที่เห็นภาพจากการโซน่าเรือมีรอยแตกออกเป็น 2 ส่วน เมื่อลงไปสำรวจจริง พบว่าเรืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากมีก้อนหินขนาดใหญ่บดบังอยู่ ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศพที่พบ 4 รายนั้น ปรากฎว่า เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 2 คน และเป็นชาวออสเตรีย 2 คน ส่วนที่ยังสูญหายเป็นกุ๊กชาวไทยกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น และสำหรับที่ทราบว่าเป็นผู้ใดนั้น เนื่องจากมีการตรวจสอบตามแผนผังห้องพักในเรือที่มีการระบุชื่อของผู้เข้าพักแต่ละห้อง
พ.ต.ท. วัลลพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากศพทั้งหมดยังไม่ได้มีการกู้ออกจากซากเรือ เนื่องจากนักประดาน้ำมีอาการอ่อนล้า ประกอบกับอากาศในถังออกซิเจนมีน้อย ทำให้ต้องหยุดการค้นหาชั่วคราว โดยจะมีการนำศพทั้ง 4 ราย ขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ พร้อมทั้งจะทำการค้นหาศพที่เหลือด้วย โดยจะนำเรือออกจากท่าเทียบเรือรัษฎา และคาดว่าจะกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ตในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งการเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ จะมีเจ้าหน้าที่สถานฑูตต่างๆ ร่วมไปด้วย



