
จี้สรรพสามิตเร่งปรับสูตรภาษีเหล้า
กรณ์เร่งกรมสรรพสามิตสรุปสูตรเก็บภาษีเหล้า-เบียร์ใหม่ อุ้มผู้ประกอบการในประเทศไม่ให้เสียเปรียบสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำหลังเปิดเสรีการค้า ด้านสรรพสามิตแย้มหากมีผลกระทบกับรายได้อาจปรับขึ้นอัตราภาษีอีกระลอก
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังร่วมงานครบรอบ 78 ปีกรมสรรพสามิต ว่าได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารกรมสรรพสามิตเร่งพิจารณาประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับสูตรการจัดเก็บภาษี ทั้งที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสุราและเบียร์ ว่าจะมีมาตรการอย่างไร เพื่อดูแลผู้ประกอบการในประเทศไม่ให้เสียเปรียบผู้นำเข้าที่มีต้นทุนที่ต่ำมากจากข้อตกลงเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) โดยต้องหาจุดสมดุลที่ไม่ให้ถูกมองว่า เป็นการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ จนเป็นการกีดกันทางการค้าด้วย
ทั้งนี้ การปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีต้องหาจุดสมดุลว่าควรจะเลือกแนวทางจัดเก็บภาษีตามสัดส่วนปริมาณแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว หรือคำนวณจากราคาต้นทุน ซึ่งกรมสรรพสามิตกำลังศึกษา โดยเฉพาะสุราขาว ต้องดูแลผู้ประกอบการและผู้ผลิตในชุมชน แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องคุณภาพ อีกด้านยอมรับว่าการจัดเก็บภาษีสุราขาวและสุราผสมยังมีสัดส่วนภาษีที่ต่างกันมาก โดยเฉพาะสุราขาวซึ่งมีภาษีต่ำมาก
“ในต่างประเทศการจัดเก็บภาษีที่มีดีกรีสูงจะต้องจัดเก็บสัดส่วนสูง เพื่อดูแลสุขภาพผู้บริโภค และดูแลปกป้องผู้ผลิตสุราพื้นบ้านในประเทศเหมือนกับออสเตรเลียและยุโรปที่หาแนวทางดูแลผู้ผลิตไวน์ ซึ่งขณะนี้กรมสรรพสามิตกำลังศึกษาแนวทางต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลกับทุกฝ่าย คาดว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้โดยเร็ว” นายกรณ์กล่าว
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า สินค้าที่มีปริมาณการนำเข้าที่เป็นนัยสำคัญคือ เหล้า 10% และบุหรี่ 20% แต่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาหลังจากมีข้อตกลงเอฟทีเอ ก็ยังไม่เห็นปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น แต่กรมยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่า ปริมาณการนำเข้าที่มาจากต้นทุนที่ต่ำลงจะกระทบต่อฐานการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายหากพบว่ากระทบต่อการจัดเก็บรายได้ก็คงหนีไม่พ้นที่จะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต เพราะเป็นภาษีเดียวที่จะดูแลผู้ประกอบการในประเทศได้



