ข่าว

วิลเลียมเสด็จออสซี-กีวี พกเสน่ห์มัดใจพสกนิกรไกลบัลลังก์

วิลเลียมเสด็จออสซี-กีวี พกเสน่ห์มัดใจพสกนิกรไกลบัลลังก์

17 ก.พ. 2553

มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์

 กลายเป็นข่าวพาดหัวอยู่นานนับสัปดาห์เลยทีเดียวสำหรับการเสด็จเยือนสองประเทศใหญ่ในเขตโอเชเนียของ เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทอันดับ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่ฉายเดี่ยว เป็นตัวแทนพระองค์ในสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เสด็จเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ก่อนแวะเยือนออสเตรเลียแบบกันเองเป็นของแถม


 ทันทีที่เครื่องบินพระที่นั่งของเจ้าชายวิลเลียมแตะพื้นรันเวย์ของสนามบินในกรุงเวลลิงตัน พสกนิกรชาวกีวีที่เคยใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายก็แปรเปลี่ยนเป็นฝูงชนคลั่งไคล้ดุจดั่งเจ้าชายรูปงามเป็นดาราคนดังก็ไม่ปาน


  "เรารักคุณ วิลเลียม" หญิงสาวนางหนึ่งตะโกนรับเจ้าชายหนุ่มทันทีเสด็จพระราชดำเนินถึงพิธีเปิดอาคารศาลฏีกาในเมืองหลวง ก่อนที่ตัวแทนเผ่าเมารีจะถวายการต้อนรับแบบพื้นเมืองด้วยการใช้จมูกชนกันกับพระนาสิกของเจ้าชายหนุ่ม


  การเดินทางเยือนของเจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์โตใน เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และ เจ้าหญิงไดอานา ในครั้งนี้ มีขึ้นในช่วงที่ความคิดเห็นของคนในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ เริ่มแตกออกเป็นสองเสียงจากการถกเถียงว่าจะให้ประเทศของตัวเองเป็นหนึ่งในประเทศเครือจักรภพที่มีประมุของค์เดียวกับอังกฤษ ซึ่งก็คือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หรือไม่


  โดยระหว่างที่เยือนนิวซีแลนด์นั้น นอกจากพสกนิกรที่มารอรับเสด็จด้วยความภักดีและตื่นเต้นที่จะได้พบกับเจ้าชายรูปงามแล้ว ก็ยังมีกลุ่มผู้ประท้วงที่ต้องการให้ยกเลิกบทบาทของราชวงศ์อังกฤษในแดนกีวี ก็ออกมาจัดการประท้วงการเสด็จเยือนของรัชทายาทวัย 27 ชันษาด้วย


  แต่ใช่ว่าเจ้าชายวิลเลียมจะหวั่นเกรง เพราะทรงใช้เสน่ห์อันล้นเหลือของพระองค์เข้าไปจับพระหัตถ์ทักทายกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งมีทั้งข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่ออกมาเรียกร้องเงินเดือนเพิ่มรวมอยู่ด้วย จนทำเอาผู้ประท้วงหวั่นไหวกับพระอิริยาบถของพระองค์จนเคลิ้มไปเลยทีเดียว


  "พระองค์น่ารักมาก ทรงมีอะไรหลายอย่างคล้ายกับเจ้าหญิงไดอานาเหลือเกิน และในวันหนึ่งจะทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์" แชรอน แคร์นส์ ข้าราชการศาลฏีกากล่าวด้วยความปลาบปลื้ม


  โดยก่อนจะเสด็จเยือน สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮม เพิ่งจะออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องทางราชสำนัก กำลังบ่มเพาะเจ้าชายหนุ่ม ผู้มีตำแหน่งรัชทายาทอันอับ 2 รองจากพระบิดา ให้เป็น "กษัตริย์เงา" เป็นเพราะความนิยมชมชอบในตัวพระองค์นั้นสูงกว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาผู้ทรงมีแต่ข่าวฉาว โดยเฉพาะกับชีวิตรักของพระองค์ระหว่างเจ้าหญิงไดอานา และนางคามิลลา อดีตชู้รักที่วันนี้ทรงอภิเษกสมรสได้รับการแต่งตั้งให้รับพระยศเป็น "ดัชเชสคามิลลา"


  ข่าวที่ออกมาระบุด้วยว่า เจ้าชายรูปงานเตรียมตัวรับผิดชอบพระราชกรณียกิจสำคัญๆ ของพระอัยยิกาในการเตรียมมอบพระราชบัลลังก์ผ่านเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ไปยังเจ้าชายโดยตรง


  แต่โฆษกสำนักพระราชวังรีบแจงว่า ข่าวลือเยี่ยงนั้นกุขึ้นมาทั้งหมด


  "เจ้าชายวิลเลียมทรงค่อยๆ เข้ามารับผิดชอบพระราชกรณียกิจกับสาธารณชนมากขึ้นไปพร้อมๆ กับที่พระองค์ทรงเข้ามาเป็นองค์อุปถัมภ์ในโครงการต่างๆ มากขึ้น แต่กระนั้น เจ้าชายวิลเลียมยังคงมองอนาคตของพระองค์ในภารกิจด้านทหารที่ทรงฝึกฝนอยู่เช่นเดิม"


  ก่อนที่จะเสด็จเดินทางเยือนแดนกีวีและแดนจิงโจ้ เจ้าชายวิลเลียมเพิ่งจะทรงสำเร็จการฝึกเป็นนักบินขับเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าประจำการเป็นนักบินประจำหน่วยค้นหาและกู้ภัยของกองทัพอากาศอังกฤษอย่างที่ทรงใฝ่ฝันถึง โดยทรงมีกำหนดเข้ารับการฝึกให้สำเร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ และเริ่มเข้ารับการฝึกบินกู้ภัยเหนือทะเลและภูเขาในช่วงฤดูหนาว

"เจ้าชายวิลเลียมยังคงไล่ตามความฝันที่จะรับบทบาทในกองทัพไปพร้อมกับพระราชกรณียกิจของราชวงศ์" โฆษกสำนักพระราชวังระบุ


  แต่ไม่ว่าทางสำนักพระราชวังจะกล่าวเช่นไร แต่สำหรับพสกนิกรในออสเตรเลีย ที่เจ้าชายวิลเลียมเพิ่งเสด็จเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี หลังจากที่เคยเสด็จเยือนกับพระมารดาเมื่อทรงมีพระชนมายุเพียง 9 เดือน ก็หลงเสน่ห์เจ้าชายไปเต็มๆ แถมยังอยากให้เจ้าชายวิลเลียมทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระอัยยิกา มากกว่าอยากเห็นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์บัลลังก์ตามพระยศในปัจจุบัน


  สถานีโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษรายงานผลการสำรวจว่า ชาวออสซี่ร้อยละ 58 คิดว่าเจ้าชายวิลเลียมควรขึ้นครองราชย์ ในขณะที่พระบิดาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนให้ขึ้นครองราชย์เพียงร้อยละ 30
  ในจำนวนคนที่สนับสนุนเจ้าชายวิลเลียมนั้น ร้อยละ 63 เป็นผู้หญิง ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้รับการสนับสนุนจากผู้หญิงชาวออสซีเพียงร้อยละ 28 เท่านั้น


  แถมยังทรงได้รับการชื่นชมจากหนังสือพิมพ์ในอังกฤษด้วยว่า ภารกิจการเสด็จเยือนประเทศแถบโอเชียเนียของพระองค์นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนถึงกับตั้งพระนามให้พระองค์ว่า "เจ้าชายทรงเสน่ห์"


  แต่ถึงแม้จะหลงเสน่ห์เจ้าชายหนุ่มเช่นไร เมื่อการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความคิดเรื่องต้องการให้สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษควรเป็นประมุขของประเทศต่อไปหรือไม่ ชาวออสเตรเลีย หนึ่งในประเทศเครือจักรภพกลับมีความคิดเห็นแตกต่างกันครึ่งต่อครึ่ง โดยร้อยละ 45 ต้องการให้สมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษเป็นประมุขของประเทศต่อไป ในขณะที่อีกร้อยละ 43 ไม่ต้องการพระองค์ ซึ่งอยู่ไกลถึงอีกซีกโลก เป็นประมุขประเทศ

ดังนั้น การเสด็จเยือนของเจ้าชายวิลเลียมในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเสด็จครั้งสำคัญในการเอาชนะใจชาวออสเตรเลียที่แม้จะเริ่มเหินห่างจากราชวงศ์อังกฤษ แต่อีกใจกลับตกหลุมรักเจ้าชายรัชทายาทหนุ่มเข้าเต็มเปา