ข่าว

เสรีภาพที่จะอยู่โดยปราศจากความกลัว

เสรีภาพที่จะอยู่โดยปราศจากความกลัว

18 ก.พ. 2553

ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก จะวางแผนไว้เช่นใด ระหว่างหนุนหลังให้กลุ่มคนเสื้อแดงช่วยกันสร้างความปั่นป่วนทุกรูปแบบขึ้นในประเทศช่วงที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกำลังจะตัดสินในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท

 ในเบื้องต้นถือได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย เมื่อสามารถสร้างความปั่นป่วนทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งถูกลากเข้ามาให้อยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อความขัดแย้งครั้งนี้

 ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด ที่สถานทูตของหลายประเทศประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทยในช่วงนี้ แต่ออกจะเป็นเรื่องผิดปกติมากเกินไป กรณีคนไทยจำนวนไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน ผู้ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองกับใคร รวมไปถึงนักวิชาการและข้าราชการบางส่วน ที่มัวแต่เฝ้าดูสถานการณ์ด้วยใจระทึก จนทำให้งานประจำต้องสะดุดลง หรือต้องเลื่อนออกไปก่อน ผลก็คือ บ้านเมืองได้กลายเป็นอัมพาตอย่างช้าๆ การที่เสรีภาพของประชาชนที่จะอยู่โดยปราศจากความกลัวถูกละเมิดเช่นนี้ เรายืนยันว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันเกิดบทเรียนซ้ำรอยเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่รวันดา ประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา เมื่อประชาชนถูกสังหารหมู่อย่างน้อยครึ่งล้านคน อันเนื่องจากความผิดพลาดของสหประชาชาติที่ประเมินสถานการณ์ต่ำเกินจริง แม้จะมีการเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า ประกอบกับมีการใช้วิทยุเป็นเครื่องมือโหมโฆษณาชวนเชื่อและปลุกปั่นยุยงให้เกิดความเกลียดชังขึ้นระหว่าง 2 ชนเผ่า

 ทางหนึ่งที่นายอภิสิทธิ์พึงทำได้ก็คือ การต้องแสดงให้เห็นว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่ปล่อยให้อันธพาลกวนเมืองบางกลุ่มล้ำเส้นจนใช้เสรีภาพในการพูดและการแสดงออกในทางที่ผิด กลายเป็นการข่มขู่คุกคามว่าจะใช้กำลังก่อเหตุวุ่นวายขึ้น หรือพูดจาโกหกพกลมหรือโฆษณาชวนเชื่อรายวัน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์จะต้องแสดงให้เห็นว่า กฎหมายยังคงความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยการไม่นิ่งเฉยปล่อยให้คนร้ายลอยนวล ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายที่ยิงเอ็ม 79 เล็งเป้าไปที่ทำเนียบรัฐบาลแต่เกิดพลาด หรือคนร้ายที่ลอบวางระเบิดซีโฟร์ที่รั้วศาลฎีกา หรือกรณีที่มีคนขับรถแทรกขบวนรถนายกรัฐมนตรี เป็นต้น

 นายอภิสิทธิ์จะต้องใช้มาตรการเชิงรุกควบคู่ไปกับการปรับมาตรการรองรับเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นให้แข็งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เสรีภาพที่จะอยู่อย่างสงบ สันติโดยปราศจากความกลัว ถูกละเมิด เมื่อนั้นความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะฟื้นกลับคืนมา