
จับสาวแบงก์ตั้งบูธตุ๋นทำบัตรรูดปื๊ด-กู้เงิน
คนรัฐวิสาหกิจโร่ร้องกองปราบตามจับสาวแบงก์ เปิดบูธลวงทำบัตรเครดิตยืดหนี้เก่า แถมเปิดวงเงินกู้เพิ่ม ก่อนเชิดค่านายหน้าเผ่นหนี พอรู้ถูกแจ้งจับโทรเคลียร์ แต่ไม่มีใครเชื่อ คาดมีเหยื่ออีกอื้อ ระดับ ผอ.ยังไม่เว้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายมะโน ทองปาน ที่ปรึกษาสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้พาผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง จำนวน 4 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ประภาส อ่องมะลิ พนักงานสอบสวน (สบ 3) กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.แจง (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พนักงานขายบัตรเครดิตธนาคารแห่งหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง โดยหลอกผู้เสียหายว่าสามารถวิ่งเต้นเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต และอนุมัติสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่งได้ แต่ต้องเสียค่าดำเนินการให้ก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า เมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.แจงได้มาเปิดบูธรับสมัครบัตรเครดิตธนาคาร ที่บริเวณโรงอาหารของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในช่วงพักเที่ยง มีพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าให้ความสนใจและต้องการจะสมัครบัตรเครดิต รวมทั้งกู้เงิน จึงนำเอกสารต่างๆ มาให้ แต่เมื่อ น.ส.แจงเห็นสลิปเงินเดือนก็จะบอกว่าไม่ผ่านเกณฑ์อนุมัติบัตรเครดิตหรือกู้เงิน แต่มีช่องทางทำได้โดยอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถวิ่งเต้นทำเรื่องให้ได้ แต่ต้องเสียค่าดำเนินการเป็นเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินบัตรเครดิต และวงเงินกู้นั้นๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้เสียหายที่เป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่ น.ส.แจงบอกว่าให้เปิดบัตรเครดิตใหม่ เพื่อนำไปรูดใช้หนี้และปิดบัตรเครดิตใบเก่าเสีย เพราะบัตรเครดิตที่จะทำให้นั้นจะมียอดผ่อนชำระรายเดือนถูกกว่ามาก เช่น เดิมเป็นหนี้บัตรเก่าอยู่ 3 แสนบาท ต้องผ่อนชำระเดือนละหลายหมื่น แต่ถ้าเป็นบัตรใหม่นั้นจะผ่อนชำระเพียงแค่เดือนละประมาณ 4,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมไปกู้เงินนอกระบบ หรือนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาจ่ายให้ น.ส.แจง ซึ่งมียอดเงินตั้งแต่ 2 หมื่น-1 แสนบาท และเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องได้บัตรเครดิตหรือเงินกู้ น.ส.แจงก็จะโทรศัพท์แจ้งผู้เสียหายว่าทางธนาคารอนุมัติแล้วให้รอเอกสารซึ่งจะส่งไปที่บ้าน แต่ผ่านไปหลายวันผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รับเอกสาร เมื่อโทรศัพท์ไปหา น.ส.แจงก็ถูกบ่ายเบี่ยง เมื่อตรวจสอบไปยังธนาคารกลับพบว่าไม่มีพนักงานชื่อนี้อยู่ จึงเชื่อว่าถูกหลอกเอาเงินไปแล้ว จึงมาร้องทุกข์ต่อสมาคมผู้สื่อข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ก่อนจะพากันมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจจับกุม น.ส.แจง มาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียหายที่ถูกหลอกนั้น ส่วนใหญ่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีตั้งแต่พนักงานทั่วไปจนถึงระดับผู้อำนวยการ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้ แต่ระหว่างแจ้งความนั้น น.ส.แจงโทรศัพท์ติดต่อมายังผู้เสียหายเพื่อขอเคลียร์ไม่ให้เอาเรื่อง โดยนัดคืนเงินให้ทั้งหมด แต่ผู้เสียหายไม่ปักใจเชื่อ จึงแจ้งความไว้ก่อน และหากไม่นำเงินมาคืนให้ตามที่ตกลงกันไว้ก็จะรวบรวมผู้เสียหายอีกหลายรายมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน



