ข่าว

ครม.ไฟเขียวแล้ว คืนชีพ"กรมพละ"

ครม.ไฟเขียวแล้ว คืนชีพ"กรมพละ"

17 ก.พ. 2553

ชาวกีฬาได้เฮ คณะรัฐมนตรีประกาศให้สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) กลับไปใช้ชื่อ “กรมพลศึกษา” อีกครั้ง


 เพื่อให้ชื่อหน่วยงานสอดคล้องกับเนื้องานที่ทำอยู่ “สมบัติ คุรุพันธ์” ผอ.สพก.คนสุดท้าย ปลื้ม แต่ยังมีขั้นตอนอีกเยอะ โดยจะต้องเร่งแก้กฎหมาย การเปลี่ยนชื่อและแก้กฎกระทรวง โดยเร็วที่สุด
 ความเคลื่อนไหวของสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) ซึ่งมีความพยายามที่จะเปลี่ยนชื่อกลับไปใช้ “กรมพลศึกษา” ตามเดิม เนื่องจาก สพก.ในสถานะสำนักงาน ไม่ได้มีหน้าที่แค่กำหนดแผนและนโยบาย เหมือนสำนักงานในสังกัดหน่วยงานราชการอื่นๆ แต่ยังเป็นผู้ปฏิบัติอีกด้วย จึงต้องดำเนินการเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ชื่อหน่วยงานสอดคล้องกับเนื้องานที่เป็นอยู่
 ทั้งนี้ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สพก.ได้นำวาระดังกล่าวเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่ง ครม.ได้สอบถามนายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการ สพก.ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนกฎกระทรวงฉบับใดหรือไม่ โดยนายสมบัติ ระบุว่าจะต้องมีการเปลี่ยนกฎกระทรวงบางส่วน ซึ่ง ครม.เห็นด้วยในเบื้องต้น แต่ต้องดำเนินการให้รอบด้านกว่านี้ และสพก.จะนำร่างกฎกระทรวงเสนอกลับไปยัง ครม.อีกครั้ง
 ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบในหลักการให้เปลี่ยนชื่อจากสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) กลับไปเป็นกรมพลศึกษาเช่นเดิมแล้ว โดยจากนี้ไปสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเข้ามาดูเรื่องนี้ ก่อนที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแก้กฎหมาย เพื่อนำกลับมาให้ ครม.รับทราบ ก่อนนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ต่อไป โดยนายสมบัติ กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีของวงการกีฬาหลังจากรอคอยมานาน โดยขั้นตอนจากนี้ไปจะต้องดำเนินการแก้กฎหมาย ทั้งการเปลี่ยนชื่อจาก สพก.มาเป็นกรมพลศึกษาและการแก้กฎกระทรวง โดยจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
 กรมพลศึกษา เป็นหน่วยงานระดับกรมในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่หลักในการผลิตบุคลากรทางการศึกษาด้านพลศึกษา กิจการลูกเสือ และกิจการสารวัตรนักเรียน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบราชการไทย เมื่อปี 2545 เปลี่ยนจากกรมพลศึกษา เป็นสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) มีนายทินกร นำบุญจิตต์ เป็นผู้อำนวยการคนแรก และนายสมบัติ เป็นลำดับต่อมา ก่อนจะกลับไปใช้ชื่อกรมพลศึกษาอีกครั้ง