ข่าว

“อริสมันต์”แจ้งจับการบินไทยหมิ่นประมาท

“อริสมันต์”แจ้งจับการบินไทยหมิ่นประมาท

17 ก.พ. 2553

เสื้อแดงบุกโรงพักขอนแก่น ให้กำลังใจ"อริสมันต์"ควง"แรมโบ้อีสาน" แจ้งดำเนินคดี บ.การบินไทย ฐานหมิ่นประมาท กรณีงัดบัตรอดีต ส.ส.เบ่ง ขึ้นเครื่องบินฟรี

(17ก.พ.) กลุ่มคนเสื้อแดง จ.ขอนแก่น กว่า 100 คน เดินทางมาชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นเพื่อให้กำลังใจ นายสุภรณ์  อัตถาวงษ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย ที่เข้าพบ ร.ต.อ.ไพรงาม ยศปัญญา ร้อยเวร สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยมีพ.ต.อ.คัชชา  ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุจินต์  นิจพานิชย์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และพ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์  ศรีวิจารณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น กำกับดูแลการสอบสวน

การเดินทางเข้าแจ้งความในครั้งนี้มีนายอริสมันต์  พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคไทยรักไทย เข้าร่วมเป็นพยาน และนายขวัญชัย  ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร มาร่วมให้กำลังใจ ซึ่งขณะที่นายสุภรณ์  อัตถาวงศ์ เข้าแจ้งความอยู่ที่ห้องประชุม ชั้น 2 สภ.เมืองขอนแก่นอยู่นั้นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ได้ใช้รถปิกอัพติดเครื่องขยายเสียงกล่าวจอดปิดหน้าบริเวณทางเข้า สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกับกล่าวโจมตี บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายโสภณ  ซารัมย์ รมว.คมนาคม กรณีการกล่าวหา นายสุภรณ์ และนายอริสมันต์ ใช้บัตร ส.ส. เก่า เบ่งขึ้นเครื่องบิน เที่ยว ทีจี 041 จาก ขอนแก่น-สุวรรณภูมิ ฟรี

นายสุภรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ก.พ. ตนและนายอริสมันต์ เดินทางไปปราศรัยที่ จ.ขอนแก่น และจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และเมื่อไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ตนจึงได้ยื่นบัตร ส.ส.พรรคไทยรักไทย แทน เนื่องจากลืมพกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย จึงไม่มีเจตนาที่จะใช้บัตรเบ่ง และเจ้าหน้าที่ก็น่าจะรู้ว่าเป็นบัตรหมดอายุ แต่เจ้าหน้าที่กับนำบัตรไปตรวจสอบ ว่าเป็นส.ส.จริงหรือไม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำตั๋วมาให้ จึงเดินทางกลับ กทม. กระทั่ง นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามนายโสภณ  ซารัมย์ รมว.คมนาคม กรณีที่ตนใช้บัตร ส.ส.ที่หมดอายุขึ้นเครื่องบิน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกล่าวหาตนว่าใช้บัตร ส.ส.เบ่งขึ้นเครื่องบินฟรี 

ส่วนกรณีที่นายนโสภณ  ซารัมย์ ที่กำกับควบคุมการบินไทย ระบุว่าตนมีการเซ็นใบสีฟ้า ซึ่งบัตรสีฟ้ หรือบลูการ์ด ก็คือบัตรที่ใช้สำหรับ ส.ส. เซ็นชื่อ นามสกุล รายเซ็น และเลขประจำตัว ส.ส. ก่อนจะนำไปตรวจสอบว่าเป็น ส.ส. จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าตนไม่ได้เซ็นอะไรเลย แต่กลับกล่าวหาว่าตน และนายอริสมัต์ไปเซ็นบัตรสีฟ้านี้ ซึ่งเป็นการโกหกคนทั้งประเทศเพื่อให้ตนเสียหาย

สำหรับการกล่าวหาว่าตนและนายอริสมันต์ไปยืนคุยกันว่า “ช่วยไม่ได้ที่อยากออกตั๋วให้เอง” ซึ่งตนไม่ได้คุยกับนายอริสมันต์เลย เพราะนายอริสมันต์นั้นมาที่หลัง เพราะตนนั้นไม่จองตั๋วก่อน เพียงแต่บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเลื่อนไฟลต์ให้เป็นที่ขอนแก่น เพราะติดธุระที่ กรุงเทพฯ ไม่ได้กลับไปขึ้นเครื่องที่อุบลราชธานี ตามที่ได้มีการจองตั๋วเที่ยวบินไปกลับ อุบลราชธานี-สุวรรณภูมิ เมื่อเจ้าหน้าที่เปลี่ยนไฟลต์แล้วออกตั๋ว ส.ส.ให้ ก็ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะออกตั๋ว ส.ส. ให้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ หากเจ้าหน้าที่ออกบัตร ส.ส. ให้เช่นนี้ก็ถือว่าเป็นความหละหลวมของเจ้าหน้าที่เอง ที่ปล่อยให้ตนขึ้นเครื่องมาได้อย่างไร ขณะที่ ส.ส. เองยังต้องกรอกใบสีฟ้าจึงได้ขึ้นเครื่อง แต่ตนไม่ได้กรอกใบสีฟ้ากลับให้ขึ้นเครื่องได้ และเมื่อได้ลงจากเครื่องบินแล้วเจ้าหน้าที่การบินไทยจึงบอกว่า ช่วยชำระเงินค่าเดินทางด้วย ตนจึงไปชำระเงินให้ ดังนั้นการบินไทยก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ดังนั้นการกระทำเช่นนี้จึงเป็นการดิสเครดิต กล่าวหาอย่างเลื่อนลอยทางการเมือง ดังนั้นสิ่งที่กล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐาน ก็คือบัตรสีฟ้าที่กล่าวหาว่าตนกรอกเพื่อใช้ขึ้นเครื่องบินฟรี ก็ขอให้เอามายื่นยัน ขณะนี้เองยังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้เลย จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีกล่าวหาว่าตนนำบัตร ส.ส.เก่า มาเบ่งขึ้นเครื่องบิน

“การกล่าวหาว่าผมใช้บัตร ส.ส.พรรคไทยรักไทย มาเบ่งนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ควรรู้ว่าบัตรนั้นหมดอายุ และออกตั๋วให้ได้อย่างไรโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่เก็บเงิน อีกทั้งยังปล่อยให้ขึ้นเครื่องได้ ยกเว้นมีแผนที่จะทำรายผมหรือเปล่า” นายสุภรณ์ กล่าว

ด้านนายอริสมันต์ กล่าวว่า การที่ตนและนายสุภรณ์ถูกกล่าวหาว่ากรอกรายละเอียดในใบสีฟ้า ฉะนั้นการที่จะขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ได้ต้องมีการกรอกในใบสีฟ้า แล้วนำใบสีฟ้าไปแลกใบผ่านแดนชั่วคราวแล้วจึงขึ้นเครื่องไป ข้อสำคัญคือตนไม่มีการกรอกรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น ซึ่งในส่วนของตนก็จ่ายเงิน ซื้อตั๋วธรรมดาปกติ 3,680 บาท และของนายสุภรณ์เองเป็นการทำให้เป็นเรื่องทางการเมือง ถ้าหากมองจริงแล้วก็เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่การบินไทยเท่านั้นเอง และเมื่อนั่งเครื่องมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุภรณ์ก็นำเงินไปจ่ายทันที ซึ่งก็มีใบเสร็จ

“ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเราเลย เราไม่ได้เป็นผู้กระทำ แต่เหตุนี้เกิดขึ้นกับการบินไทยผิดพลาด และการกระทำเช่นนี้เป็นการผูกโยงทางการเมือง และต้องการที่จะทำลายเครดิตเราสองคน เรื่องเล็กๆน้อยๆทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเราโกหก ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่สกปรก และเป็นสิ่งที่ไม่จริง ฉะนั้นวันนี้จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนคดีทางแพ่งจะมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อไป

ทางด้านพ.ต.อ.คัชชา  ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะปฏิบัติตามระเบียบ เมื่อผู้เสียหายมาแจ้งความ ก็จะดำเนินการสอบสวน โดยให้ พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์  ศรีวิจารณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน เพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป โดยข้อการหาที่ผู้เสียหายแจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ ต้องการที่จะฟ้องดำเนินคดีกับ บ.การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเท่านั้น