ข่าว

อัยการฟ้อง3ผจก.ซานติก้า-นักร้องวงเบิร์น

อัยการฟ้อง3ผจก.ซานติก้า-นักร้องวงเบิร์น

17 ก.พ. 2553

อัยการฟ้องแล้ว“3ผจก.ซานติก้าผับ-นักร้องวงเบิร์น” ประมาทก่อเพลิงซานติก้าผับคืนส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค.51 ตาย 66 ศพ เจ็บเพียบ ส่วน “เสี่ยขาว-บริษัท ไวท์แอนบราเธอร์ส (2003) จำกัด ผู้ประกอบการสถานบันเทิงซานติก้า ผับ-บริษัท โพกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จำกัด รับจ้างติด

(17ก.พ.) ที่สำนักงานอัยการอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 53 นายธวัชชัย ศรีทุมมา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ สถานบันเทิงซานติก้า ผับ , นายพงษ์เทพ จินดา ผู้จัดการฝ่ายบันเทิง สถานบันเทิงซานติก้า ผับ , นายวุฒิพงศ์ ไวลย์ลิกรี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สถานบันเทิงซานติก้า ผับ และ นายสราวุธ อะริยะ นักร้องวงเบิร์น ผู้จุดพลุไฟ ผู้ต้องหาคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า ผับ ย่านเอกมัย เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.51 มีผู้เสียชีวิต 66 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก เดินทางมารายงานตัวนายราฆพ โกสิยานันท์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เพื่อฟังการสั่งคดี ซึ่งอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่ ในความผิดฐาน กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

 ต่อมาเวลา 11.20 น. นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 นำตัวนายธวัชชัย ศรีทุมมา ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการ, นายพงษ์เทพ จินดา ผจก.ฝ่ายบันเทิง , นายวุฒิพงศ์ ไวลย์ลิกรี ผจก.ฝ่ายการตลาด และ นายสราวุธ อะริยะ นักร้องวงเบิร์น ผู้จุดพลุไฟ ยื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 - 4 ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐาน กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

 โดยศาลประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.541/2553 ภายหลังญาติจำเลยทั้งสี่ ได้ ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินและบัญชีเงินฝาก ขอประกันตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 ด้านนายราฆพ โกสิยานันท์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 กล่าวว่า สำหรับนายวิสุข หรือเสี่ยขาว เสร็จสวัสดิ์ ผู้บริหารซานติก้าผับ , บริษัท ไวท์แอนบราเธอร์ส (2003) จำกัด โดยนายสุริยา ฤทธิ์ระบือ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการสถานบันเทิงซานติก้า ผับ และบริษัท โพกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จำกัด ( บริษัทรับจ้างติดตั้งเอฟเฟค ซานติก้า ผับ) โดยนายบุญชู เหล่าสีนาท ผู้ต้องหาอีก 3 คนนั้น วันนี้ได้ส่งทนายความ เดินทางมาแจ้งขอเลื่อนนัดสั่งคดีอีก 1 สัปดาห์อ้างว่าป่วย แต่ตนเห็นว่าเมื่อวันนี้ผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางมาแล้วจึงสั่งคดีเลยเพราะมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว ส่วนนายวิสุข กับบริษัทนิติบุคคลอีก 2 รายนั้น จะแจ้งให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ นำตัวมาส่งให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องต่อไปภายใน 15 วัน ซึ่งอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องความผิดเดียวกัน แต่ถ้ายังตามตัวไม่ได้จะต้องขออนุมัติหมายจับหรือไม่เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการต่อไป โดยคาดว่าภายในเดือน ก.พ.นี้ น่าจะได้ตัวมาสั่งคดี

 อย่างไรก็ดีส่วนของนายวิสุข ซึ่งเป็นเจ้าของสถานบันเทิงนั้น อัยการมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องความผิดตาม พ.ร.บ.สถานบริการด้วย ที่ปล่อยปละละเลยให้มีผู้อายุต่ำกว่า 17 ปี เข้าไปในสถานบริการ และร่วมกันยินยอม ปล่อยปละละเลยให้มีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ โดยฐานความผิดที่อัยการสั่งฟ้องคดีนี้ที่มีอัตราโทษสูงสุด คือ มาตรา 291 ผู้ใดกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท

 นายราฆพ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 กล่าวถึงหนังสือร้องขอความเป็นธรรมการสั่งคดีที่นายวิสุข หรือเสี่ยขาว เจ้าของสถานบันเทิง กับพวกยื่นต่ออัยการสูงสุด ว่า ตนในฐานะที่รับผิดชอบสำนวนคดี พิจารณาแล้วเห็นว่าที่นายวิสุข ร้องขอความเป็นธรรมอ้างทำนองว่าไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการที่แท้จริง และคืนเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในซานติผับโดยขอให้สอนสวนพยานอีก 18 ปาก นั้น เห็นว่า การพิสูจน์เกี่ยวกับความเป็นเจ้าของที่แท้จริงนั้นเชื่อได้ว่าเป็นนายวิสุข ขณะที่การสอบสวนพยานเพิ่มเติมน่าจะเป็นลักษณะประวิงเวลา การร้องขอความเป็นธรรมจึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยการสั่งคดีวันนี้ นางมาลี ถนอมปัญญารักษ์ หนึ่งในผู้เสียหายคดีนี้ และกลุ่มญาติผู้เสียหายจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาพบนายราฆพ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เพื่อหารือการยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมคดีนี้ด้วย ซึ่งนางมาลี เปิดเผย ตนต้องสูญเสียน้องสาวจากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ โดยก่อนหน้านี้ตน และญาติผู้เสียหาย ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายนายวิสุข เจ้าของสถานบันเทิงและบริษัท ต่อศาลจังหวัดพระโขนงแล้ว โดยส่วนตัวเรียกค่าเสีย 6 ล้านบาท ซึ่งศาลเคยนัดไกล่เกลี่ยมาแล้วหลายครั้งแต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะทนายความบริษัท เสนอให้เพียง 40,000 บาท หลังจากนี้ตนและญาติผู้เสียหายจะไปขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความเพื่อขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมคดีนี้ และเรียกค่าเสียหายต่อไปด้วย ซึ่งหากญาติผู้เสียชีวิตรายใดที่ยังไม่ดำเนินการก็น่าจะเข้ามาขอคำปรึกษาที่สภาทนายความ