ข่าว

แก๊ง18มงกุฎตุ๋นเสี่ยร้านเครื่องเสียงเมืองปทุมฯ

แก๊ง18มงกุฎตุ๋นเสี่ยร้านเครื่องเสียงเมืองปทุมฯ

17 ก.พ. 2553

เสี่ยร้านเครื่องเสียงดังกลางเมืองปทุมฯ โร่แจ้งตำรวจถูกลูกค้าขับรถป้ายแดงมาติดเครื่องเสียงราคาหลายหมื่นชักดาบ ตร.สงสัยเป็นพวกแก๊ง 18 มงกุฎเพราะแถวนี้โดนหลอกไปเกือบ 20 กว่าร้าน

(17ก.พ.) เวลา 09.40 น. นายปรีชา หลักทอง อายุ27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ซ.สมประสงค์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของร้านคาร์ออดิโอ ติดเครื่องเสียงรถยนต์ ตั้งอยู่กลางเมืองปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วรรุตน์ ไทยรัฐเทวินทร์ สารวัตรเวรสอบสวนสภ.เมืองปทุมธานี ว่า ได้ถูกลูกค้าซึ่งมาติดเครื่องเสียงรถยนต์ภายในร้านฉ้อโกงไม่ยอมจ่ายค่าเครื่องเสียงหลังติดให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเหตุการณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2553 จึงได้มาแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 โดยนายปรีชา หลักทอง อายุ 27 ปี เสี่ยเจ้าของร้านเครื่องเสียงดังกลางเมืองปทุมธานี กล่าวให้การว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2553 ได้มีนายสำรวย ทราบแต่เพียงชื่อ อายุประมาณ 30 ปี อาชีพเป็นพนักงานรับรถภายในบริษัทโชว์รูมอีซูซุแถวเมืองปทุมธานี และน.ส.หน่อยทราบแต่เพียงชื่อเล่น ซึ่งเป็นภรรยา ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออสตัวใหม่ สีขาวป้ายแดง หมายเลขทะเบียนเท่าที่จำได้คือ 9724 กทม.มาจอดที่หน้าร้านตนพร้อมกับแจ้งความประสงค์ว่าจะติดเครื่องเสียงชุดใหญ่ภายในรถ โดยเลือกเครื่องเสียงภายในร้านที่จะติดตั้งภายในรถในราคารวมเกือบ 3 หมื่นบาทตนจึงได้ให้ลูกน้องภายในร้านได้ทำการติดตั้งระบบเครื่องเสียงโดยมีนายสำรวยและน.ส.หน่อยคอยอยู่ซึ่งได้ใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วนายสำรวยกับบอกกับตนว่าตัวเองทำงนเป็นพนักงานอยู่บริษัทโชว์รูมอีซูซุซึ่งตั้งอยู่ห่างจากร้านตนไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตอนนี้ไม่มีเงินและพรุ้งนี้จะนำเงินมาจ่ายค่าเครื่องเสียงให้ ตนเห็นว่านายสำรวยฯแต่งชุดพนักงานของบริษัทโชว์รูมอีซูซุมาจริงประกอบกับทั้งคู่ดูหน้าตาดีน่าเชื่อถือ จึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้

 นายปรีชา หลักทอง อายุ 27 ปี เสี่ยเจ้าของร้านเครื่องเสียงดังกลางเมืองปทุมธานี ผู้เสียหายกล่าวต่ออีกว่า พอวันต่อมาตนเองรถนายสำรวยฯจนเย็นก็ยังไม่เห็นมาจ่ายเงินตามที่นัดไว้ตนจึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์มือถือที่ทั้งคู่ทิ้งไว้ให้ ก็พบว่าไม่สามารถติดต่อได้ตนจึงได้เดินทางไปที่โชว์รูมดังกล่าวที่นายสำรวยฯแจ้งว่าทำงานอยู่ที่นั้นก็ได้ความว่านายสำรวยฯพึ่งจะลาออกจากบริษัทตั้งแต่เมื่อวานแล้วโดยแจ้งความประสงค์ว่าจะกลับไปทำงานที่บ้านแถวอุบลราชธานี ต่อมาตนได้ลองกดโทรศัพท์หานายสำรวจฯอีกครั้งก็ติดต่อได้และบอกกับตนว่าตอนนี้มาทำธุระเรื่องที่ดินที่บ้านแถวอุบลราชธานีคาดว่าเมื่อเสร็จธุระแล้วจะนำเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 16 ก.พ.53 ตนจึงเชื่อใจอีกครั้ง แต่หลังจากเมื่อวานทั้งคู่ก็ไม่มาตนจึงได้มาแจ้งความที่โรงพักดังกล่าว ตนไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตนเพราะก่อนหน้านี้บรรดาร้านติดเครื่องเสียงในจังหวัดปทุมธานีเกือบ 20 กว่าร้านก็โดนหลอกให้ติดเครื่องเสียงและชักดาบไปเหมือนกันแต่ส่วนมากจะราคาไม่ถึง 1 หมื่นมีรายของตนนี้และที่มากว่าเพื่อน

 ด้านพ.ต.ท.วรรุตน์ ไทยรัฐเทวินทร์ สารวัตรเวรสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ในเบื้องต้นคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นพวก 18 มงกุฎ หรือนักต้มตุ๋นที่นำรถมาติดเครื่องเสียงและชักดาบจากนั้นก็จะนำเครื่องเสียงที่ติดรถมาชำแหละและนำไปขายต่อยังตลอดคลองถมหรือต่างจังหวัดในราคาถูกต่อไปซึ่งตนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ต้องทั้ง 2 คนมาดำนินคดีตามกฎหมายต่อไป