ข่าว

 “ครูหยุย”เร่งแก้ปัญหาบ้านครูน้อยตั้งกก.จัดระบบใหม่

“ครูหยุย”เร่งแก้ปัญหาบ้านครูน้อยตั้งกก.จัดระบบใหม่

16 ก.พ. 2553

“ครูหยุย”เร่งแก้ปัญหาบ้านครูน้อย ตั้งคณะกรรมการเข้าแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เตรียมนัดประชุมวางกรอบสัปดาห์หน้า พร้อมทาบทาม 5 ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการ ชี้มาตรการจัดการเงินบริจาคต้องโปร่งใสทุกรูปแบบ ตั้งเป้า 3 เดือนแก้ปัญหาเสร็จสิ้น

 หลังจากนางนวลน้อย ทิมกุล หรือครูน้อย ออกมาเปิดใจต่อสาธารณชนให้รับทราบถึงความลำบากที่ต้องใช้หนี้นอกระบบด้วยการจ่ายดอกเบี้ยวันละ 5 หมื่นบาทนั้น ทั้งนี้ด้วยความเห็นใจต่อภาระที่ต้องเลี้ยงดูเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสจำนวนเกือบร้อยคน ล่าสุดได้มีหลายหน่วยงานยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว

  เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และอดีต ส.ว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าถึงการดำเนินการแก้ปัญหาบ้านครูน้อย ว่า ขณะนี้ได้ทาบทามบุคคลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 คน มาเป็นกรรมการดำเนินการช่วยแก้ปัญหาบ้านครูน้อย ทั้งนี้ในฐานะประธานกรรมการ จะนัดประชุมอย่างเร่งด่วนภายในสัปดาห์นี้  เบื้องต้นกรรมการจะรับฟังข้อมูล และข้อเท็จจริงทั้งหมดจากครูน้อย เพื่อรับทราบปัญหาทั้งหมดก่อนที่จะวางกรอบ และแนวทางในการกำหนดมาตรการปฏิบัติงาน และเพื่อป้องกันข้อครหานินทา เนื่องจากมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กรรมการจึงกำหนดอายุการทำงานไว้เพียง 3 เดือนเท่านั้น คือ เมื่อวางกรอบแนวทางที่เป็นรูปร่างชัดเจนแล้วก็จะออกมา

 นายวัลลภกล่าวต่อว่า ส่วนกรอบการทำงานได้วางไว้ คือ 1.การบริหารเงินบริจาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ โดยจะต้องโปร่งใส และให้ชุมชนร่วมรับทราบด้วย ดังนั้นจะติดป้ายหน้าบ้าน “ครูน้อย” เกี่ยวกับเงินบริจาค โดยจะแยกเป็น 2 ส่วนให้เห็นชัดเจน คือ รายละเอียดเงินเพื่อปลดหนี้ และเงินเพื่อเด็ก 2.จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน นอกจากให้ชุมชนรับรู้แล้ว หากติดลบก็อาจตัดงบในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ทั้งนี้จะต้องไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของเด็ก และ 3.กรรมการจะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายหรือเงินเดือน มิหนำซ้ำจะออกเงินเพื่อจ้างคนที่มีความรู้ความสามารถมาจัดวางระบบบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นเวลา 5 เดือน เพื่อวางเป็นแนวทางให้ชุมชนปฏิบัติต่อไป ซึ่งเมื่อครบ 3 เดือน แม้กรรมการหมดอายุซึ่งจะคอยดูแลข้างนอก แต่คนทำบัญชียังอยู่ต่ออีก 2 เดือน

 นายวัลลภกล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้จัดทำในรูปแบบในลักษณะมูลนิธิว่า มูลนิธิต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ดังนั้นควรจะใช้องค์คณะแบบกรรมการไปก่อน เป็นแบบเฉพาะกิจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แต่คิดว่าควรจะจดทะเบียนเป็นสถานสงเคราะห์ ซึ่งจะรับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้กว้างกว่าการเป็นสถานแรกรับอย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้

 นายวัลลภกล่าวย้ำว่า สำหรับรายชื่อกรรมการฯ ไดเแก่ 1.นางสายสม วงศาสุลักษณ์ 2.นายวิรัช หล่อเทียนชัย 3.นางสุธาทิพย์ ธัชยพงษ์ 4.นางนวลน้อย ทิมกุล “ครูน้อย” 5.ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่ดูงานด้านสถานสงเคราะห์และสถานเลี้ยงเด็ก และ 6.อดีตผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระพี่นางฯ และมีตน เป็นประธานกรรมการฯ