
โสภณยันบินไทยไปสุวรรณภูมิ29มี.ค.นี้
รัฐบาลให้บินไทยตัดสินใจเองย้ายดอนเมือง อภิสิทธิ์" ตั้งข้อสังเกต 3 ประการแนะควรให้บอร์ดชุดใหม่ชี้ขาดมากกว่าและควรฟังเสียงผู้ใช้บริการ ยื้อเวลา 2 สัปดาห์ให้ก.คมนาคมสรุปอีกรอบ ด้าน"โสภณ"ยืนกรานหลัง 29 มีนาคม ไม่มีการบินไทยอยู่ที่ดอนเมือง ขณะที่แอร์เอเซี
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 11 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่า จากการที่ได้ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม และกรบินได้สรุปเรื่อการย้ายเที่ยวบินต่างๆ จากสนามบินดอนเมืองไปสุวรรณภูมินั้น ในส่วนของรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนดในการตัดสินใจของการบินไทย และไม่ใช่เป็นผลมาจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสนามบินในขณะนี้ เนื่องจากการเมืองไปข้างหน้าว่าควรจะมีสนามบิน 1 หรือ 2 แห่งนั้นยังจำเป็นต้องมีความชัดเจนในเรื่องของตัวเลขสมมติฐานต่างๆ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นเพราะมีวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ก็เชื่อได้ว่าภายในระยะเวลาไม่นานนักก็จะต้องกลับมาดูในเรื่องขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิในการรองรับผู้โดยสาร และความเป็นไปได้ที่จะขยาย รวมไปถึงแนวคิดว่าจริงๆแล้ว การเป็นศูนย์กลางทางการบินจำเป็นต้องเป็นสนามบินเดียวหรือไม่ เพราะในหลายประเทศก็ไม่ได้ใช้แนวคิดนี้แล้วจึงถือว่าเป็นคนละประเด็นกัน อีกทั้งขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะของการบินไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายการบินอื่นซึ่งใช้ดอนเมืองอยู่ด้วย
“ จึงได้ขอให้กระทรวงคมนาคมเอาเรื่องภาพใหญ่คือนโยบายสนามบินกลับมาเพื่อพิจารณาอีกครั้งโดยขอให้ทำเร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ ก็จะเอาภาพว่าควรจะช้สนามบินเดียวหรือ 2 สนามบินหรือไม่ในอนาคตกลับมา ส่วนกรณีการตัดสินใจของการบินไทย ก็ถือเป็นการตัดสินใจของบริษัทซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาด แต่ ครม.ก็มีข้อสังเกตให้ไว้ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อสังเกตที่ ครม.ให้ไว้ต่อที่ประชุมประกอบด้วย 1. การตัดสินใจครั้งนี้เป้นการตัดสินใจทั้งที่ยังไม่ได้รับทราบหรือมีความชัดเจนในนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน เรื่องนี้ต้องคำนึงถึงวันข้างหน้าด้วยว่าถ้ามีการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับสนามบินแล้วจะกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของการบินไทยหรือไม่ 2. การบินไทยอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูปรับโครงสร้าง พูดตรงๆคือต้องมีการเปลี่ยนตัวฝ่ายบริหาร คาดว่าจะเป็นเดือนหน้า จึงมีข้อสังเกตว่าเรื่องลักษณะอย่างนี้ความจริงควรให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามามากกว่า และ 3. ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตัดสินใจเช่นนี้โดยอ้างว่าเป็นการลดต้นทุนทั้งๆที่ตัวเลขยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่นั้น เป็นการฝืนความต้องการของลูกค้าที่เป็นคนไทยซึ่งใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ ก็เป็นข้องสังเกตที่ให้ไว้เพราะความจริงแล้วธุรกิจต้องคำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้าด้วย แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของการตัดสินใจเชิงธุรกิจของตัวบริษัท
เมื่อถามว่าการตั้งข้อสังเกตของครม.เหมือนต้องการให้ทางบริษัทการบินไทยชะลอการย้ายสนามบินดอนเมืองออกไปก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่หากมีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจก็ต้องไปดูผลกระทบ เนื่องจากมีการออกตารางบินและเปิดให้ผู้โดยสารจองตั๋วแล้ว เรื่องนี้บริษัทก็ต้องพิจารณา แต่ตามข้อสังเกตของ ครม.ก็เห็นว่านโยบายเกี่ยวกับสนามบินยังไม่มีข้อสรุป อีกทั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ และความต้องการของลูกค้าซึ่งเกือบทั้งหมดก็ไม่ต้องการให้ย้าย
ต่อข้อถามว่าที่รัฐบาลไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เป็นเพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับกลุ่มเพื่อนเนวินจนอาจกลายเป็นปัญหาการเมืองใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เป็นประเด็นที่พูดถึงโครงสร้างบริหารจัดการของบริษัทการบินไทยที่ต้องตัดสินใจโดยตัวของบริษัทเองไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือรัฐบาล ทางการบินไทยต้องตัดสินใจเองแต่ต้องคำนึงถึงข้อสังเกตที่รัฐบาลให้ไป อย่าวไรก็ตามรัฐบาลยอมรับว่าเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง การตัดสินใจที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดในทางธุรกิจต้องมีภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายสนามบินก่อน และจะต้องมีคำตอบชี้แจงอธิบายกับลูกค้าให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือ ไม่ที่อนาคตจะให้บริษัทการบินไทยบริหารจัดการตัวเองโดยรัฐบาลไม่ต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า มีการพูดกันว่าจริงๆแล้วในที่สุดก็อยากเห็นบริษัทหรือองค์กรลักษณะนี้มีความเป็นอิสระ ดังนั้นก็ควรเป็นอิสระที่ไม่มาพึ่งพาสิทธิประโยชน์พิเศษที่รัฐบาลให้ อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ต้องมีการพูดคุยกันในช่วงฟื้นฟูและปรับโครงสร้าง แต่ยังไม่มีการพูดไปถึงขนาดที่ว่ากระทรวงการคลังจะยกเลิกการถือหุ้น 51% แต่พูดกันถึงความเป็นอิสระก็ควรจะต้องเป็นความอิสระที่ไม่มารบกวนในส่วนของภาครัฐที่เป็นเงินภาษีของประชาชน
เมื่อถามว่าการให้เวลา 2 สัปดาห์จะช้าเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกรบินไทยเขาถือว่าฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจแล้ว แต่เราเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้อิงอยู่กับการมองไปข้างหน้าเรื่องนโยบายสนามบิน วันนี้ก็เป็นเรื่องของบริษัทที่จะไปพิจารณา วันนี้เขากังวลเรื่องความเสียหายถ้าหากจะมีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ
ต่อข้อถามถึงความพร้อมที่จะเป็นสนามบินเดียว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในข้อเท็จจริงแล้วการบอกว่าใช้สนามบินเดียวเราต้องไม่ลืมว่าสนามบินสุวรรณภูมิถูกสร้างขึ้นมาโดยมีเป้าหมายรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคน วันนี้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาก็ต้องรองรับคน 40 กว่าล้านคน คำถามว่าถ้าเรายึดมั่นในการใช้สนามบินเดียวการขยายจะทันต่อการเติบโตหรือไม่ และการขยายก็จะเป็นการขยายที่กระทบต่อความสะดวกของผู้ใช้บริหารด้วยหรือไม่ อีกทั้งยังมีประเด็นที่รัฐบาลควรพิจารณาว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วที่ดอนเมือง ถ้ายืนยันการใช้สนามบินเดียวจะเอาสินทรัพย์นั้นไปทำอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าบริษัทการบินไทยยังยืนยันแนวทางเดิมรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ายังยืนยัน ต่อมารัฐบาลก็ต้องมีนโยบายในเรื่องของสนามบินและการฟื้นฟูการบริหารจัดการ ตรงนั้นเขาก็ต้องกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงไปแล้วจะมีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจได้เห็นชอบเรื่องการย้ายเที่ยวบินการบินไทยไปยังสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมนี้ ส่วนเรื่องที่นายกฯให้ทบทวนคือ การใช้นโยบายสนามบินเดี่ยว หรือ ซิงเกิล แอร์พอร์ต โดยอีก 2 สัปดาห์จะสรุปข้อมูลไปชี้แจงอีกครั้ง โดยกำหนดการย้ายเที่ยวบินนั้น เป็นไปตามผลประชุมเชิงปฏิบัติการของทุกฝ่ายที่มีมาก่อนหน้านี้
“ยืนยันว่าหลังวันที่ 29 มีนาคมนี้ จะไม่มีเที่ยวบินภายในประเทศของการบินไทยให้บริการที่ดอนเมืองอีกต่อไป” นายโสภณ กล่าว
ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวยืนยันว่า ไทยแอร์เอเชียเชื่อมั่นในแนวทางการบริหารแบบสนามบินหลักแห่งเดียว หรือ ซิงเกิล แอร์พอร์ต ว่าจะเป็นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และไทยแอร์เอเชียจะไม่มีการพูดถึงการใช้สนามบินดอนเมืองอีก เพราะได้มีการก่อสร้างสำนักงานถาวรที่ถนนกิ่งแก้ว ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว รวมทั้งขอยืนยันว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้บริหารไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



