
ไฟเขียวมาตรการเร่งงบไทยเข้มแข็งขีดเส้น23ก.พ.
ครม.เห็นชอบมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง หลังพบช่วงที่ผ่านมาการเบิกจ่ายล่าช้า ขู่หากไม่ส่งคำขอใช้เงินภายใน 23 กุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งไม่ลงนามในสัญญาก่อนวันที่ 31 มีนาคมปีนี้ ถูกตัดวงเงินยกให้โครงการอื่นทันที พร้อมให้ทุกหน่วยงานรายงานการใช้เงินอย่างเข
นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 มีมติเห็นชอบตามความเห็นที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ ที่ได้กำหนดมาตรการเร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติเงินโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 199,960 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าวเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
รวมทั้งให้สอดคล้องกับระยะเวลาตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ที่กำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2553 โดยมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ประกอบด้วย 1.กรณีหน่วยงานยังไม่ได้เสนอขอจัดสรรงบ ให้เร่งดำเนินการจัดส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ 2.กรณีหน่วยงานได้รับการจัดสรรเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญา ให้เร่งดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2553
ทั้งนี้หากไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกำหนดให้ยุติโครงการเพื่อนำเงินจากโครงการดังกล่าวไปให้โครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินการมากกว่า แต่ไม่ได้รับอนุมัติ ยกเว้น กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ ครม.มีมติก่อนหน้านี้ให้ขยายเวลาการยื่นคำขอจัดสรรต่อสำนักงบประมาณต่อไปก่อน
นอกจากนี้เพื่อให้สามารถติดตามและรายงานผลโครงการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการบันทึกข้อมูลแผนงาน งวดงาน และงวดเงินตามระบบ Projects Financial Monitoring System (PFMS) ที่กระทรวงการคลังกำหนดทุก หากไม่มีการบันทึกข้อมูลถือว่าโครงการยังไม่มีการดำเนินงานและให้ยุติโครงการ เพื่อสามารถนำเงินจากโครงการดังกล่าวไปให้โครงการที่มีความพร้อมต่อไป



