ข่าว

 ขายตรง หรือ ขายโกง

ขายตรง หรือ ขายโกง

18 ก.พ. 2553

ธุรกิจขายตรงในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย แต่สำหรับตัวผมเองรู้จักกับสินค้าขายตรงตัวแรกเมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ครั้งนั้นพี่สาวที่เป็นลูกของป้านอกจากจะทำงานในโรงงานห้องเย็นย่านวัดเศวตฉัตรแล้ว แกยังใช้เวลาว่างเป็นคนขายสินค้าภาชนะพลาสติกที่เรียกกันว่าทั

หลังจากนั้นเมื่อมีการทำธุรกิจแอบแฝงที่เรียกกันว่าแชร์น้ำมัน ซึ่งมีรายใหญ่ที่สุดของประเทศในยุคหนึ่งชื่อแชร์แม่ชม้อย ผมก็วนๆ เวียนๆ เกือบจะไปอยู่ในกระบวนการ “โดน และหาสมาชิก” กับเขาด้วย เพราะบ้านเกิดเมืองนอนของผมกับ แม่ชม้อย อยู่ในละแวกจังหวัดใกล้เคียงกัน ติดอยู่ที่คำสอนของพ่อที่พร่ำเตือนผมว่า “เอ็งไม่ใช่คนดวงดีถึงขนาดที่อยู่ดีๆ จะได้เงินหมื่นเงินแสนกับเขาหรอก ก้มหน้าทำงานอาบเหงื่อไปเถอะ อย่าไปหวังลมๆ แล้งๆ กับอะไรที่จับต้องไม่ได้เลย” ผมจึงรอดมาได้เพราะคาถาทำกินที่พ่อสอนให้บทนั้น

 แต่เมื่อโลกพัฒนามาจนถึงยุคสหัสวรรษใหม่ ธุรกิจขายตรงเริ่มแพร่หลายและมีสินค้าชนิดแปลกใหม่หลากหลายมากขึ้น แทนที่จะจมอยู่กับสินค้าความงามเป็นหลักเช่นเมื่อครั้งเริ่มต้นเฟื่องฟู มีไม่เว้นแม้แต่ข้าวสารที่ก้าวเข้าไปสู่กระบวนการขายตรงกับเขาด้วย และเมื่อมีการแตกหน่อขยายกอกันจนแพร่หลาย ขายตรงและขายโกงจึงยากที่ชาวบ้านทั่วไปจะแยกแยะได้

 คนที่ได้รับดอกผลจากการขายโกงส่วนใหญ่ มักจะเป็นคนที่เข้าสู่วงจรของกระบวนการนั้นๆ ในระยะแรก จากนั้นเมื่อได้รับดอกออกผลจนหนำใจแล้ว จึงแปลงร่างกลายเป็นตัวอย่างให้กระบวนการนำไปโฆษณา สมาชิกรุ่นใหม่ๆ หรือที่บางครั้งกลายสภาพเป็นเหยื่อ จึงก้าวเข้ามางับเบ็ดไปจนปากฉีกถูกโยนลงหม้อต้มตุ๋นไป

 คำจำกัดความที่ภาครัฐออกมาสำหรับแยกแยะ ธุรกิจการขายตรงกับกระบวนการขายโกงออกจากกัน เท่าที่ผมพอจะสรุปได้คือ หากมีการได้รับผลประโยชน์จากการขายสินค้าจริงๆ นั่นคือธุรกิจขายตรงของแท้ แต่หากการได้มาซึ่งผลประโยชน์ตอบแทน เกิดจากการที่สามารถสรรหาสมาชิกมาเพิ่มได้ โดยใช้สินค้าเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อ นั่นจึงแปลงร่างกลายไปเป็นกระบวนการขายโกง

 สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของธุรกิจขายตรงและขายโกงก็คือ ทุกครั้งที่มีการจับกุมโดยหน่วยงานของรัฐเกิดขึ้น    ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นตัวผู้บริหารกระบวนการและหรือสมาชิก ก็มักจะกล่าวอ้างว่าสิ่งที่ตนเองลงมือทำและร่วมหัวจมท้ายอยู่ด้วยนั้น คือการขายตรงสินค้าอย่างแท้จริง ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ทำหน้าที่กำกับดูแล ก็มักจะบอกว่าการจับกุมนั้นๆ คือการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของมวลหมู่สมาชิก   และป้องกันไม่ให้มีการหลอกลวงกันต่อไปไม่รู้จบเหมือนกับวงจรลูกโซ่

 กระบวนการขายโกงที่เกิดเป็นข่าวขึ้นบ่อยครั้ง ถือเป็นตัวการบ่อนทำลายธุรกิจขายตรงตัวสำคัญ แต่ด้วยรูปแบบของการดำเนินธุรกิจเบื้องต้น ทำให้ยากที่จะแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้นจะเป็นธุรกิจจริงจัง   หรือจะเป็นเพียงหน้าฉากที่ล่อหลอกให้มีผู้คนจำนวนมากกำเงินเดินเข้าหา 

 การที่จะทำให้การปราบปรามกระบวนการขายโกง เพื่อแยกออกจากธุรกิจขายตรงได้ผลมากขึ้น คงต้องมีการคัดกรองที่ถี่ถ้วนมากขึ้น มีกฎข้อบังคับที่อาจจะทำให้ธุรกิจขายตรงต้องเดินเริ่มต้นด้วยความระมัดระวังเข้มงวดมากขึ้น และเจ้าหน้าที่ก็ต้องจับตาดูและเข้าถึงกระบวนการขายโกงให้เร็วขึ้น เพราะขืนปล่อยเวลาเนิ่นนานออกไป ก็จะกลายเป็นฝูงชนที่มีความเห็นแย้งเกิดขึ้นเช่นที่ผ่านมาทุกครั้งครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ