
"เงินสกปรก"ยังไหลเข้าสหรัฐ
ทัศนีย์ สาลีโภชน์
หลังเกิดวินาศกรรม 11 กันยา 2544 สหรัฐได้สกัดจับเงินผิดกฎหมายที่ไหลเข้าประเทศอย่างเข้มงวดเพราะไม่อยากให้ผู้ก่อการร้ายมีเงินไปก่อกรรมทำเข็ญอีก
แต่บรรดาผู้นำเผด็จการ นักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ตลอดจนพ่อค้าอาวุธชาวต่างชาติยังไม่ละความพยายามหา ช่องโหว่ เพื่อส่งเงินที่ตัวเองโกงกินบ้านเมืองหรือหามาได้โดยทุจริตเข้ามาฟอกในสหรัฐอยู่ดี
คณะอนุกรรมการสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐได้ออกรายงานหนา 330 หน้า แจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยหยิบยกกรณีศึกษาขึ้นมา 4 กรณี ได้แก่
ทีโอโดโร เอ็นกูเอมา โอเบียง มานกูเอ ลูกชายประธานาธิบดีอีเควทอเรียล กินี ในแอฟริกากลางที่ยักย้ายถ่ายเทเงินต้องสงสัยมายังสหรัฐ 110 ล้านดอลลาร์ (กว่า 3,500 ล้านบาท) ระหว่างปี 2547-2551
ปิแอร์ ฟอลโคน พ่อค้าอาวุธชาวแองโกลาที่ซื้อบ้านมูลค่า 9.6 ล้านดอลลาร์ (307 ล้านบาท) ที่อริโซนาเมื่อปี 2543 แถมยังมีบัญชีแบงก์ในสหรัฐที่มีเงินเข้าออกถึง 60 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 2,000 ล้านบาท) ระหว่างปี 2542-2550
โอมาร์ บองโก ประธานาธิบดีกาบองนาน 41 ปี ที่ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์อเมริกันให้ซื้อรถหุ้มเกราะ 6 คันให้ตัวเอง แถมยังได้ไฟเขียวจากรัฐบาลสหรัฐให้ซื้อเครื่องบินซี-130 จากกองทัพซาอุฯ ได้ด้วย
แต่ธนาคารในนิวยอร์กได้สั่งปิดบัญชีของลูกสาวบองโกหลังพบว่าในตู้เซฟของเธอมีแบงก์ดอลลาร์ใบละ 100 อัดเอาไว้ถึง 1 ล้านดอลลาร์ โดยเธอบอกว่าเป็นเงินที่พ่อขนเข้ามาโดยอาศัยสถานะนักการทูตบังหน้า
เคสสุดท้ายคือ เจนนิเฟอร์ ดักลาส หญิงสหรัฐที่เป็นภริยาคนที่ 4 ของ อติกู อาบูบาการ์ อดีตรองประธานาธิบดีไนจีเรีย ที่ช่วยสามีขนเงินต้องสงสัยกว่า 40 ล้านดอลลาร์ (เกือบๆ 1,300 ล้านบาท) เข้ามาในสหรัฐ
เจ้าหน้าที่บอกว่าพวกโกงบ้านกินเมืองเหล่านี้จะให้ทนายความ นายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ ล็อบบี้ยิสต์ นายธนาคาร และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยหลบเลี่ยงกฎหมายฟอกเงินของสหรัฐให้
ตราบใดที่ยังมีคนเห็นแก่เงินอยู่จะออกกฎหมายมากี่ฉบับก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้หรอก



