ข่าว

 กฎเหล็กของนายกรัฐมนตรี?

กฎเหล็กของนายกรัฐมนตรี?

17 ก.พ. 2553

นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วางกฎเหล็กของท่านให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบและพึงปฏิบัติ กรณีเกิดเรื่องอื้อฉาวเรื่องราวทุจริตประพฤติมิชอบในกระทรวงหรือหน่วยงานในสังกัดรัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้นั้นต้องรับผิดชอบ

 หากมีหลักฐานชัดเจนต้องปรับออกจากการเป็นรัฐมนตรี หากหลักฐานไม่ชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการทุจริตประพฤติมิชอบ นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีจะให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติตามกฎเหล็กนี้ไปแล้ว

 ข่าวการซื้อตำแหน่งตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้าย ทั้งในระดับนายพลและระดับ รอง ผบก.-สว. มีมาหลายเดือน ทั้งในนครบาล ภูธร และหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สตม. บช.ก. ฯลฯ ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ แต่ผู้รับผิดชอบกำกับดูแลทำหูทวนลม ท่องคาถาอยู่บทเดียว (ทั้งฝ่ายการเมืองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ว่าไม่มีการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง ไม่มีตำรวจคนใดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาร้องเรียน

 จนกระทั่งมีเสียงกระหึ่มในการโยกย้ายระดับ รอง ผบก.-สว. ในเขตนครบาลว่าต้องใช้เงินหลักล้านในการเลื่อนเป็นสารวัตร หลักหลายล้านในการเลื่อนเป็นผู้กำกับการ และมีข่าวลือว่าระดับรองผู้บังคับการ การเลื่อนเกรดต้องมีตัวเลข 2-3 ล้าน แล้วแต่คุมพื้นที่ใด โดยมีเกร็ดข่าวว่าผู้กำกับฯ ท่านหนึ่งกำปัจจัยไป 1 ล้าน ถูกไล่ออกมาเพราะผิดราคา

 ในเขตภูธรภาค 1, 2, 4, 5, 6, 8 ก็มีข่าวออกมาไม่แพ้กัน ไม่มีผู้ใดยืนยันว่าเรื่องจริงหรือเท็จ แต่พอนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ประกาศออกมาว่ามีการร้องเรียนเรื่องเรียกเงินเพื่อขายตำแหน่ง โดยเฉพาะในเขต บช.ภ.2 และมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธานสอบ ขณะเดียวกันรักษาราชการแทน ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ก็เอ้อๆ อ้าๆ กันอยู่

 นี่เป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีการไม่ปฏิบัติตามกฎ ก.ตร.หรือบันทึกสั่งการของรักษาราชการแทน ผบ.ตร.ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ คงต้องมีการดำเนินคดีอาญาและตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง

 ส่วนรองนายกฯ ที่เป็นผู้รับผิดชอบ สตช.และมีข่าวว่าคนในสำนักงานท่านถูกซุบซิบนินทาอยู่ ก็ต้องดูกฎเหล็กของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าจะทำอย่างไร?

คมพิทักษ์ราษฎร์