ข่าว

สุเทพแจงแดงแรงอาจใช้พรบ.รักษาความมั่นคงฯ

สุเทพแจงแดงแรงอาจใช้พรบ.รักษาความมั่นคงฯ

16 ก.พ. 2553

“สุเทพ” แจง ที่ประชุม ส.ส.สถานการณ์ไม่น่าห่วง เผย หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจพิจารณาใช้ “พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯ” ?และ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” พร้อมเปิดเผยให้ “ปชช.” รู้ ไม่ปิดบัง พร้อมป้องกัน “มือที่สาม”

 (16ก.พ.) นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมส.ส.รับทราบถึงการมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าไม่มีความน่าเป็นห่วงโดยได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดให้ดูแลสถานที่ปลอดภัยต่างๆ ในส่วนของกทม.จะมีการดูแลทั้ง รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์จะไม่มีการติดอาวุธ มีเพียงแค่ เสื้อเกราะ โล่ กระบอง ที่ได้สั่งซื้อเตรียมไว้แล้ว

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสุเทพ ยังได้อธิบายว่าจะพยายามควบคุมสถานการณ์ผ่านกฎหมายที่มีอยู่ คือ กฎหมายอาญา ทั้งการควบคุมตัวหรือดำเนินคดี แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นก็อาจจะพิจารณาใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามลำดับ โดยจะดำเนินการอย่างเปิดเผยให้ประชาชชนได้รับรู้ อย่างไม่มีการปิดบัง พร้อมกันนี้จะระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหามือที่สามตามมา

“รัฐ”ระบุเหตุผลตั้งคตม.เชื่อมีกลุ่มจ้องป่วน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.)ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.นั้นได้ระบุเหตุผลในการแต่งตั้งว่าสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆของประเทศมีแนวโน้มจะดำรงอยู่และอาจมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายจนส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ดังนั้นเพื่อให้การติดตามสถานการณ์ ให้ข้อเสนอแนะและประสานการปฏิบัติ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและปัญหาความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ส่วนคณะกรรมการนั้นประกอบด้วย นายสุเทพ เป็นประธาน พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม ยุติธรรม มหาดไทย ต่างประเทศ และสาธารณสุข อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ.อ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผบ.สส. ผบ.ทุกเหล่าทัพ เลขาธิการและผู้ช่วยผ.อ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(ผอ.รมน.) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปลัดกทม.เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

 สำหรับอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ อาทิ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินแนวโน้มสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เสนอแนะ ประสานงานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผน เตรียมการ ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ เสนอแนะมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

ปชป.หนุนรบ.ตั้ง คตม.ส่อแรง2ด้าน

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมส.ส.พรรคว่า พรรคได้รับทราบแนวทางการเตรียมตัว เพื่อรับสถานการณ์ของรัฐบาลและสนับสนุนแนวทาง ในการตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) เพราะมีการเคลื่อนไหวเพื่อทำลายประเทศของกลุ่มบุคคลมีความประสงค์จะให้เกิดความรุนแรงตามมาใน 2 ลักษณะ 1.การยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าและเหตุการณ์ระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2.การยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าและความรุนแรง ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง ด้วยอาศัยรูปแบบการสร้างสถานการณ์ประกอบกันกับการปลุกระดมให้เกิดความเกียจชัง และความแตกแยกด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ

“ชวรัตน์”กำชับส.ส.ภท.ประชุมพร้อมเพรียง

 ที่พรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน วันที่ 16 ก.พ.53 เวลา 14.00 น. - นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมพรรค ซึ่งการประชุมได้ขอให้ ส.ส.ร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาล่มอีก

 สำหรับบรรยากาศการประชุมนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ได้มีการจับกลุ่มหารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ใกล้จะถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงความเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในช่วงดังกล่าว โดยนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ซึ่งเข้าประชุมด้วยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ฝนจะตกแดดจะออกอย่างไรก็ปล่อยไป เมื่อผ่านสถานการณ์ต่างๆไปแล้ว แดดจะออก ฟ้าจะสว่างเอง ส่วน ส.ส.ก็จะอยู่กันได้ต่อไป ดังนั้นไม่ต้องตื่นเต้น หรือวิตกกังวลกับสถานการณ์บ้านเมือง