
มาร์คไม่แปลกใจจตุพรปูดครอบครัวไม่ปลอดภัย
มาร์คตั้งคตม.ติดตามสถานการณ์ชุมชนเสื้อแดง เผยไม่แปลกใจ จตุพรปูดครอบครัวไม่ปลอดภัยเชื่อครอบครัวเข้าใจสถานการณ์ ท้าประชาชนติดตามรัฐบาลได้เลยยันไม่คิดใช้ความรุนแรง
เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 16 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) ว่า เขาได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ( คตม.) ซึ่งเป็นการมีกลไกเพิ่มเติมเพื่อติดตามเฝ้าระวัง และเสนอแนะในการมีมาตรการป้องกันแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
เมื่อถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยระบุว่าในช่วงนี้นายกรัฐมนตรีและน.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาอาจจะไม่ปลอดภัย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะขณะนี้ การพูดถึงความรุนแรงในหมู่แกนนำหลายคน ทำกันเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
“ผมขอยืนยันว่า มันจะสะท้อนให้เห็นว่า มันมีความผิดปกติอยู่ และคิดว่า ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย มันไม่ควรจะมีการพูดจาในลักษณะนี้ แต่ของอย่างนี้เราคงไปห้ามกันไม่ได้ ยกเว้นว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขอยืนยันว่า ในส่วนผมและรัฐบาล ไม่เคยมีความคิดในเรื่องการใช้ความรุนแรง และอยากให้ประชาชนเฝ้าติดตามภาครัฐว่า จะไม่มีการกระทำใด ๆ ทั้งสิ้น ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเลย แต่ต้องถามเหตุใดบุคคลที่อ้างว่า เคลื่อนไหวในเรื่องประชาธิปไตยจึงมีการพูดจาในลักษณะที่ทำให้เกิดความรุนแรงหรือยั่วยุ หรือปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา “ นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดของนายจตุพร ที่พาดพิงถึงบิดานั้นเกินเลยไปหรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่เกินเลยสำหรับนายจตุพร
เมื่อถามต่อว่า รู้สึกเสียใจหรือไม่ที่การเข้ามาหน้าที่นักการเมืองแล้ว มีการคุกคามครอบครัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาก็เกรงใจบุคคลอื่นที่อยู่ในครอบครัว แต่ก็เชื่อว่า ทุกคนในครอบครัวทราบว่า การมาทำงานในสถานการณ์อย่างนี้แล้วยังมีคนประเภทนี้อยู่ก็อาจะมีบ้าง
อย่าง ไรก็ตาม ยังมั่นใจว่า สามารถดูแลสถานการณ์ได้ ถือว่า เป็นหน้าที่ของเขา ที่ต้องดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อย ไม่ใช่ประโยชน์ในการเมืองของฝ่ายใด แต่มันเป็นประโยชน์ของส่วนรวม ของประชาชนและของบ้านเมือง เพราะความสุขของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองสงบ แก้ไขปัญหาและสามารถบริหารราชการไปได้ เขาถึงได้ย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของรัฐบาล แต่เพื่อประโยชน์ของประเทศ
เมื่อถามว่า จะมีการถอนประกันนายจตุพรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ที่ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพราะศาลเป็นคนให้ประกัน ศาลก็ต้องเป็นผู้ถอนประกัน นายจตุพรคงอาศัยเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ เพราะอยู่ในสมัยประชุม
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า มีการว่าจ้าง 3 ล้าน บาทเพื่อให้คนปาอุจจาระเข้าบ้านนายกรัฐมนตรี และไม่เป็นความจริงว่า เขาคิดว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองและคงต้องไปสอบถามนายเทพไทว่า เป็นอย่างไร ซึ่งเขาได้ให้ข้อสังเกตไปแล้วว่า มีคนตั้งสังเกตุมา เขาก็ได้ส่งไปให้เจ้าตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการประชุมพรรค คงจะมีการหารือเรื่องการให้สัมภาษณ์ด้วย



