
คุมตัวเทคโนฯดุสิตทำแผนยิงเทคโนฯปทุมฯ
ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คุมตัว 2 นักศึกษาเทคโนดุสิตปืนโหด ไปทำแผนยิงนักศึกษาเทคโนปทุม
(16ก.พ.) เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธาพงษ์ บุญศรี รอง.ผกก.สส. พ.ต.ต.ภาคภูมิ โห้ใย สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้ควบคุมตัวนายอนิรุทธ์ ทองภิรมย์ อายุ 22 ปี (มือปืน) อยู่บ้านเลขที่ 40/2 ม.5 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นักศึกษาชั้น ปวส.2 โรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต และนายเอกพงษ์ พานอุ่น อายุ 16 ปี (ขับรถจยย.) นักศึกษาโรงเรียนเทคดุสิต ชั้น ปวช.1 ซึ่งทั้ง 2 เป็นผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุยิงนายเอกภพ มะลิลา อายุ 17 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมธานี จนเสียชีวิตกลางตลาดรังสิต โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่สนใจจำนวนมาก
โดยในการทำแผนประกอบคับรับสารภาพนั้นเริ่มจากการที่ทั้ง 2 คนมานั่งดื่มกินเบียร์อยู่ที่หน้าร้านทองอึ๊งฮกเฮง หน้าตลาดรังสิต จนถึงขั้นตอนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบ และลงมือยิงนายเอกภพ จนเสียชีวิต ก่อนจะนำตัวกลับมาควบคุม เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ เปิดเผยว่า ในส่วนของการติดตามตัวนักศึกษาที่เข้าไปก่อเหตุ ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลปทุมธานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เบาะแส และหลักฐานต่างๆ ทั้งจากพยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งก็ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มนักศึกษาที่เราควบคุมตัวไว้ได้บางส่วนแล้ว และยังอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐาน และติดตามมาดำเนินคดีอีกบางส่วน และในคดียิงนักศึกษาจนเสียชีวิตกลางตลาดนั้น เราได้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี
ซึ่งทั้งสองคดีของเรา คือคดีบุกโรงพยาบาล และคดียิงตายกลางตลาดนั้น สาเหตุนั้นน่าจะมาจากการตามล้างแค้นกันอย่างแน่นอน ส่วนคดีที่นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีปทุมธานี ถูกยิงเสียชีวิตในช่วงเช้า ขณะไปโรงเรียนในพื้นที่ของ สภ.ปากคลองรังสิตนั้น คาดว่าน่าจะเกี่ยวพันกันด้วย เพราะจากการผ่าศพตรวจสอบหัวกระสุนของทั้งสองเหตุ พบว่า เป็นหัวกระสุนขนาดเดียวกัน และอาจจะเป็นปืนกระบอกเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องนำหัวกระสุนส่งไปพิสูจน์อีกครั้งว่า เป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ และยิงจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการดูแลป้องกันนั้น แม้ว่าทางโรงเรียนทั้งสองแห่งนั้นจะสั่งปิด 7 วัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ได้หยุดการดูแลแต่อย่างใด โดยได้ร่วมกับทางเทศบาลเมืองรังสิต และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ในการวางกำลังดูแลตรวจสอบพื้นที่ตลอดเวลา และไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด



