ข่าว

ศึกษาพบ "ค้างคาว" อาจแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่บ่อยกว่าที่เคยคาดคิด

ศึกษาพบ "ค้างคาว" อาจแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่บ่อยกว่าที่เคยคาดคิด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

องค์กรไม่แสวงกำไรที่วิจัยโรคอุบัติใหม่ทั่วโลก ศึกษาพบหลักฐาน "ค้างคาว" อาจแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่บ่อยกว่าที่เคยคาดคิดไว้

 

สื่อท้องถิ่นเยอรมนี รายงานว่า การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากสัตว์ "ค้างคาว" สู่คนอาจเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ่อยครั้งกว่าที่เคยคาดคิดไว้

การศึกษาที่นำโดย เซซิเลีย ซานเชซ จากอีโคเฮลธ์ อะลิอันซ์ (EcoHealth Alliance) องค์กรไม่แสวงกำไรที่วิจัยโรคอุบัติใหม่ทั่วโลก กล่าวว่า “หลักฐานที่พบแสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์ส (SARSr-CoVs) ของค้างคาวบางชนิดสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้โดยตรง และการแพร่กระจายของเชื้อนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าที่เคยรับรู้มาก่อน”

 

 

 

เหล่านักวิจัยลงความเห็นโดยใช้การจับคู่ข้อมูลการกระจายตัวของ "ค้างคาว" กับความหนาแน่นของประชากร และพื้นที่อยู่อาศัยและกิจกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ทับซ้อนกัน ระบุว่า แต่ละปีอาจมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์สประมาณ 400,000 ครั้ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คณะวิจัยได้เสริมข้อมูลจากจุดที่อาจเกิดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างสัตว์ - มนุษย์เป็นประจำ กับผลการทดสอบแอนติบอดีแบบสุ่มในตัวอย่างเลือดมนุษย์ที่เก็บรวบรวมก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในปัจจุบัน

 

พื้นที่ทางตอนใต้ของจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี "ค้างคาว" 23 สายพันธุ์ที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์ส โดยพวกมันกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ราว 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรประมาณ 478 ล้านคน

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยยังร่างแผนที่สถานที่ที่ผู้คนในบางภูมิภาคอาจเคยสัมผัสกับเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกี่ยวข้องกับโรคซาร์สจากค้างคาว โดยการศึกษาระบุว่า “ข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์และขนาดการแพร่กระจายเหล่านี้สามารถใช้กำหนดแผนการควบคุมและป้องกันการอุบัติของเชื้อไวรัสโคโรนาจากค้างคาว (bat-CoV) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

 

 

logoline