ข่าว

สตม. รวบหนุ่มแสบ...ตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง"

สตม. รวบหนุ่มแสบ...ตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สตม. รวบหนุ่มแสบตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง" ปลอมเสียงเป็นบุคคลระดับสูงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หลอกช่วยขายกิจการ เซ่นพิษโควิด-19 สูญเงินกว่า 33 ล้านบาท

 

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

 

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.
และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรม
ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

 

 

หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

 

 

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมทีมงาน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา คือ นายธีรเสฏฐ์  อายุ 42 ปี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น 

 

 

พฤติการณ์ ผู้เสียหายเป็นเจ้าของกิจการ "โรงแรม" ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวได้ประกาศขาย "กิจการโรงแรม" 3 แห่ง เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนด้านการเงินอย่างหนักในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

 

ต่อมามีนายหน้าติดต่อสอบถามเรื่องการซื้อขาย "กิจการโรงแรม"กับผู้เสียหายและแนะนำให้รู้จักกับบุคคลใช้ชื่อ ไบรอั้น (ทราบชื่อภายหลัง คือ นายธีรเสฏฐ์  ผู้ต้องหา)

 

 

โดยนายไบรอั้น อ้างว่าเป็นเลขาของนายทุนจากประเทศสิงคโปร์ สนใจจะซื้อกิจการ "โรงแรม" 3 แห่ง  ซึ่งผู้เสียหายได้พูดคุยกับนาย
ไบรอั้นเรื่อยมาจนมีความสนิทสนมเชื่อใจ

 

 

ต่อมา นายธีรเสฏฐ์ หรือไบรอั้น ได้ปลอมเป็นนายทุนชาวสิงคโปร์ ใช้ชื่อ MR.JANG (นายจาง) โทรศัพท์ติดต่อขอซื้อกิจการโรงแรมจากผู้เสียหายทั้งสิ้นกว่า 4.3 พันล้านบาท 

 


สตม. รวบหนุ่มแสบ...ตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง"

 

 

สตม. รวบหนุ่มแสบ...ตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง"

 

 

แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดการทำสัญญาซื้อขายนายธีรเสฏฐ์ฯ แจ้งว่าเงินสดจำนวนกว่า 6 พันล้านบาทที่จะนำเข้ามาจากสิงคโปร์ติดปัญหาเรื่องภาษีอยู่ที่กรมสรรพากรทำให้ยังไม่สามารถนำเงินออกมาได้ โดยมีการแอบอ้างว่าเพื่อให้ธุรกิจการซื้อขายกิจการ "โรงแรม" เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว จะต้องมีการจ่ายเงินค่าดำเนินการให้กับบุคคลระดับสูงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายราย 

 

 

สตม. รวบหนุ่มแสบ...ตุ๋นเจ้าของ "โรงแรมดัง"

 

 

และพูดจาหว่านล้อมผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีของนายธีรเสฏฐ์ฯ เพื่อจะได้นำเงินไปมอบให้ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้นำทั้งเงินสดไปให้ด้วยตนเองและโอนเงินเข้าบัญชีของนายธีรเสฏฐ์ฯ เรื่อยมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ถึง กันยายน 2564 รวม 276 ครั้ง มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 32,810,000 บาท

 

 

แต่เมื่อผู้เสียหายพยายามถามถึงนายทุนชาวสิงคโปร์และบุคคลที่นายธีรเสฏฐ์ฯ กล่าวอ้างว่าจะพาไปพบนั้นกลับถูกนายธีรเสฏฐ์ฯ
บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสงสัยเนื่องจากได้โอนเงินให้นายธีรเสฏฐ์ฯ ไปจำนวนหลายล้านบาทแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการซื้อขายกิจการ "โรงแรม" แต่อย่างใด

 

 

จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ให้ช่วยสืบสวนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ชุดสืบสวน สตม. จึงได้ร่วมกันพิสูจน์ทราบจนพบว่า MR.JANG , ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และบุคคลระดับสูง และนายธีรเสฏฐ์หรือไบรอั้นคือบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งจะติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์และมีการปลอมเสียงเป็นบุคคลต่าง ๆ ที่ผู้เสียหายติดต่อกับบุคคลที่นายธีรเสฏฐ์ฯ กล่าวอ้างก็พบว่าผู้เปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์คือนายธีรเสฏฐ์ฯ เช่นกัน

 

 

ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกให้โอนเงินและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน

 

 

 

 

จากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
 

 

 

ชุดสืบสวน สตม.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมอบให้สน.ปทุมวัน ดำ เนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ชุดสืบสวนฯ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธีรเสฏฐ์ฯ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ตามหมายจับศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่ 473/2564 ลงวันที่ 27 กันยายน 2564

 

 

โดยนายธีรเสฏฐ์ฯ รับว่าตนเป็นผู้หลอกลวงนายหน้าให้ไปติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อประสานงานซื้อขายกิจการ "โรงแรม" และแนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับตน 

 

 

อีกทั้งตน คือ ผู้ปลอมเสียงเป็นบุคคลระดับสูงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เอง รวมถึงนายทุนชาวสิงคโปร์ (MR.JANG)มีการนำรูปภาพบุคคลที่กล่าวอ้างมาจากใน Internet ส่งให้ผู้เสียหายดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีตัวตนและสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้จริง

 

 

จากการตรวจค้นสัมภาระของนายธีรเสฏฐ์ฯ ซึ่งน่าเชื่อว่าได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหายและใช้กระทำความผิด พบเงินสดจำนวน 184,000 บาท,โทรศัพท์มือถือ,สมุดบัญชีธนาคาร,บัตรกดเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ รวมจำนวน 23 รายการ

 

 

ซึ่งชุดจับกุมสตม.ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

สตม.ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความ
ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

 

 

หากประชาชน พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th 

 

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

logoline