ข่าว

เลือกที่จะรักใคร ในเวลาแห่งความรัก

เลือกที่จะรักใคร ในเวลาแห่งความรัก

17 ก.พ. 2553

ยังไม่หมดกระแสของความรัก ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ถึงแม้จะผ่านช่วงเทศกาล วาเลนไทน์ไปแล้ว การให้ความรักก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ วันนี้จึงอยากชักชวนให้คู่รักทั้งหลาย โดยเฉพาะวัยรุ่นวัยเรียนหันมาดูแง่มุมความรักจากนักธรรมและนิสิตคิดดี ที่มาร่วมเสวนาในงาน ”หัวใจกับใบโพธ

   เริ่มจาก พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิกเษก  ที่บอกว่า ความรักในมุมมองของคนในปัจจุบันมีสิ่งหนึ่งที่เป็นความผิดอย่างยิ่ง คือการใช้ความใคร่เป็นความรัก หากเริ่มต้นที่ความใคร่เราก็จะหารักไม่เจอแต่หากเริ่มต้นที่ความรักก็เราก็จะเจอรักที่บริสุทธิ์ แต่หากเราเริ่มที่ความใคร่แล้วก็สามารถทำให้กลายเป็นความรักอย่างมีเหตุผลก็จะกลายเป็นความรักที่คงทนถาวร

 “ความรักเป็นเรื่องของเหตุผล ความใคร่เป็นเรื่องของอารมณ์ สิ่งที่เราเรียกว่ารักจริงๆ คือรักที่พ่อแม่ให้กับลูก ที่มีแต่ความหวังดี จริงใจ ไม่หวังอะไรตอบแทนหากเรานำความรู้สึกนี้ไปให้กับคนที่เรารักก็จะเป็นความรักที่บริสุทธิ์อยู่เหนือเหตุผลและกาลเวลา” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของรักที่บริสุทธิ์

 ขณะที่ ศันสนีย์ ศีตะปันย์ เมอลเลอร์ พิธีกรและนักเขียน บอกถึงคำกำจัดความของความรักกับความใคร่ว่ามีความแตกต่างกัน รักมาจาการพัฒนาใจแล้วแต่ใคร่มาจากสิ่งกระตุ้นเร้า ถ้าหากมีพัฒนาใจรักก็จะมีความรู้ไปกำกับเราก็จะรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ครวทำ

 “การพัฒนาใจเกิดได้จากความกตัญญูและสายใยรักนครอบครัวเที่เป็นเรื่องสำคัญในการควบคุมความรัก ถ้าหากครอบครัวมีการปลูกฝังให้เวลาลูกนึกถึงพ่อแม่อยู่เสมอก็จะสามารถลดปัญหาความรักที่ผิดศิลธรรมได้”

นอกจากนี้ พระพรพล ปสันโน จากวัดพระรามเก้า ได้แนะนำความรักแบบใช้ธรรมกำกับให้แก่คนในปัจจุบันว่า รักแบบพระพุทธศศาสนา คือรักแห่งความเมตตา คือให้ความรักแก่ใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องรักเป็นคนรักอย่างเดียว

 “เดือนแห่งความรักก็หันมารักพ่อแม่ รักศาสนา รักคนทุกคนที่เราพบเห็นบ้าง หากจะครอบครองคู่รักไว้อย่างเดียวก็จะทำให้ความรักของเรานั้นเป็นความร้าย ดังนั้นรักที่ถูกต้อง คือการให้ด้วยความเมตตาและความบริสุทธิ์ โดยให้แล้วต้องรู้ด้วยว่าทั้งเราและผู้รับมีความสุขหรือไม่ จึจะเป็นความรักที่สมบูรณ์”

 ปิดท้ายด้วยความคิดจากตัวแทนเด็รุ่นใหม่อย่าง พิมพ์ศิริ ทองร่มโพธิ์ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนปัญหาความรักที่คนรุ่นใหม่ควรมีให้กันว่า ความรักก็เหมือนกับเวลาที่เราเลือกซื้อของอะไรสักอย่าง เราจะต้องชั่งน้ำหนักของราคาและคุณค่า ว่ามีอะไรมากกว่ากันแล้วแต่ว่าเราจะต้องการแบบไหน แต่ในสังคมปัจจบันคนเลือกคุณค่าน้อยลง เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการบอกรักผ่านสื่อต่างได้มากขึ้น กลายเป็นเรื่องพร่ำเพื่อได้แต่ความสนุกหาคุณค่าไม่เจอ

 “ควรหาความรักตัวเองให้เจอก่อน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเห็นแก่ตัวแต่เป็นการหันมาดูแลตัวเองให้ปลอดภัยและมีความสุขจริงๆ ก่อนแล้วค่อยนำไปแบ่งให้แก่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเรา สิ่งนี้จะทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างขึ้นนอกจากความรักแบบคู่รัก”  พิมพ์ศิริกล่าวถึงวิธีรักในแบบฉบับของตัวเอง

 ท้ายที่สุดยังไงรักก็คือการให้ แต่เป็นการให้คนส่วนใหญ่มีความสุขไปพร้อมๆ กับเราด้วยนั้นเอง คงจะดีไม่น้อยที่จะได้เห็นรอยยิ้มจากคนรอบข้างทุกคน

เรื่อง - ภาพ... "ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์"