
ประธานวุฒิชี้เสื้อแดงยื่นถอดผู้พิพากษาได้
ประธานวุฒิ ชี้ เสื้อแดงยื่นถอดถอนผู้พิพากษาสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลาดำเนินการเป็นปี ระบุไม่มีผลกระทบการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน พร้อมแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมือง เชื่อหากตร.เข้ม เหตุร้ายไม่เกิด ด้าน เลขาสภา ขี้ตร.สภาคุมเข้มความปลอดภัย
(16ก.พ.) นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อถอดถอนผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในองค์คณะที่จะพิจารณาคดียึดทรัพย์7.6 หมื่นล้านบาท ว่า สามารถดำเนินการได้หากผู้พิพากษามีความประพฤติมิชอบ อย่างไรก็ดีการถอดถอนต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ความพยายามถอดถอนคงไม่กระทบกับการพิจารณาคดียึดทรัพย์ เนื่องจากกระบวนการถอดถอนต้องใช้เวลานาน โดยเริ่มจากการแสดงตนที่จะรวบรวมรายชื่อ ส่งมาให้วุฒิสภา จากนั้นจึงส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาว่ามีมูลหรือไม่ เมื่อสรุปผลแล้วจึงส่งกลับมาให้ประธานวุฒิสภาเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา โดยขั้นตอนทั้งหมดต้องใช้เวลาเป็นปี จะไม่มีผลย้อนหลัง และไม่มีผลกับคดีที่พิจารณาไปแล้ว
เมื่อถามว่ามองว่าการเคลื่อนไหวกดดันศาลที่มีโอกาสบานปลายไปสู่เหตุรุนแรงหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่มีเหตุบานปลาย การเข้าชื่อถอดถอนเป็นการดำเนินการตามกฎหมายที่สามารถทำได้ ดีกว่าการไปเคลื่อนไหวกดดัน
ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ส.ว.บางส่วนมีความกังวลว่ารัฐสภาจะเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลว่า ตนได้นำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับประธานรัฐสภาแล้ว โดยประธานรัฐสภาได้กำชับให้รักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องนี้โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ทำการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงการเพิ่มกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในจุดที่จำเป็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถามว่าห่วงสถานการณ์ขณะนี้ โดยเฉพาะที่มีการโยนความผิดกันไปมาหรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เป็นห่วง แต่ทุกอย่างคงขึ้นอยู่กับประชาชนด้วยว่าจะเชื่อฝ่ายใด ทั้งนี้เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเคร่งครัดต่อหน้าที่ในการตรวจสอบดูแลความปลอดภัยคงไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น
ด้านนายพิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าว่า เมื่อวันที่ 15ก.พ. ตนได้สั่งการให้รองเลขาธิการที่ดูแลด้านความปลอดภัยให้นำเรื่องนี้ไปหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยตำรวจและสภาจะทำแผนขอกำลังตำรวจมาเสริมในจุดสำคัญบริเวณภายนอกรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในวันนี้ทางตำรวจจะทำแผนรักษาความปลอดภัยส่งกลับมาให้พิจารณา จึงขอดูรายละเอียดก่อนจึงจะบอกได้ว่าแผนจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด อย่างไรก็ดีเบื้องต้นได้สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามดูแลจุดต่างๆ ให้มากขึ้น โดยมีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในจุดสำคัญ และจุดเสี่ยงทุกจุด ส่วนการใช้กล้องวงจรปิดได้มีการติดตั้งครอบคลุมจุดสำคัญทุกจุดแล้ว โดยได้มีการตรวจสอบกล้องให้ใช้งานได้ทุกตัว และหากพบว่ามีกล้องบางตัวที่ไม่ทำงานได้สั่งให้เร่งทำการแก้ไขให้เร็วที่สุดแล้ว



