
โคราชเล็งยกระดับสามล้อปั่นเป็นรถโดยสารท่องเที่ยว
โคราชเตรียมยกระดับสามล้อปั่น เป็นรถโดยสารท้องถิ่นท่องเที่ยวคู่เมืองย่าโม พร้อมดึงผู้ปั่นสามล้ออบรมพัฒนาบุคลิกภาพสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในสายตานักท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (11 มี.ค.52) ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค จ.นครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา และสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา จัดอบรมแก่ผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ในโครงการสองขาปั่นลดโลกร้อน รักษ์สิ่งแวดล้อมเมืองย่าโม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาชีพสามล้อปั่นใน จ.นครราชสีมา ได้มีส่วนร่วมแก้ไขลดภาวะโลกร้อน ช่วยกันรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังได้มีการอบรมให้ความรู้แนะนำสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปั่นสามล้อในการที่จะส่งเสริมและพัฒนาบุคลิกภาพของผู้ปั่นสามล้อให้มีเอกลักษณ์ รวมถึงมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ถือเป็นการยกระดับอาชีพสามล้อปั่นของ จ.นครราชสีมา ให้มีมาตรฐาน และให้เป็นพาหนะในการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง อันจะส่งผลให้ผู้ที่ประกอบอาชีพสามล้อปั่นมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์อาชีพสามล้อปั่นให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปอีกด้วย ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวน 120 ราย
นายชาตรี โชติชื่น อายุ 54 ปี ชาว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งประกอบอาชีพสามล้อปั่นอยู่ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีอยู่ประมาณ 600-700 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหาคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของความมั่นใจในการใช้บริการของผู้โดยสาร เนื่องจากสามล้อปั่นส่วนใหญ่มีการแต่งกายและบุคลิกภาคที่ไม่เรียบร้อย บางครั้งมีการเมาสุรา ทำให้ผู้โดยสารไม่อยากที่จะใช้บริการ รวมถึงบางรายยังมีการเอารัดเอาเปรียบโก่งราคาค่าโดยสาร โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ผู้ประกอบอาชีพสามล้อมปั่นโดยรวม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นยังต้องประสบกับปั่นหาเรื่องของการไม่มีวิน ซึ่งจะใช้เป็นที่จอดรถให้บริการ เนื่องจากส่วนใหญ่จะถูกรถรับจ้างประเภทอื่นแย่งไปหมด จึงทำให้ผู้ประกอบอาชีพประเภทนี้ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและดูแลในเรื่องนี้ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นอยู่คู่กับสังคมต่อไปได้
"ในการอบรมครั้งนี้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่ถูกทางแล้ว และคาดว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจในการใช้บริการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อสามล้อปั่นได้ อีกทั้งจะเป็นการยกระดับอาชีพให้ผู้ประกอบอาชีพนี้มีรายได้เพิ่มและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่กับการปฏิบัติตนของผู้ปั่นสามล้อเองว่าจะสามารถทำตามกฎระเบียบข้อบังคับที่มีได้หรือไม่"
ด้านนายจริยาทร สูหู่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่ประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า การอบรมผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการขอความร่วมมือแก่ผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นให้ช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนตระหนัก และช่วยกันแก้ไขปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังมีการอบรมเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถโดยสารท้องถิ่น หรือสามล้อปั่นในจังหวัดอีกด้วย เนื่องจากในแต่ละปี จ.นครราชสีมา จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณปีละ 5.4 ล้านคน และมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่าปีละปีละ 7,000 ล้านบาท
และเนื่องจากว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา ส่วนใหญ่จะต้องพบเจอกับสามล้อปั่นตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หรือตามโรงแรมที่พักต่างๆ ดังนั้นสามล้อปั่นจึงถือเป็นรถโดยสารท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมาก แต่ที่ผ่านมามักจะต้องเจอกับปัญหาในเรื่องของบุคลิกภาพและความสะอาดของผู้ปั่นสามล้อ รวมถึงการเอาเปรียบในเรื่องการโก่งราคาค่าโดยสารจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอาชีพสามล้อปั่นให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม จึงได้มีการจัดอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในครั้งนี้ขึ้น โดยอบรมผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จำนวน 120 คน เพื่อเป็นการนำร่อง
โดยในการอบรมก็จะเน้นการให้ความรู้ด้านการท่องเที่ยว เทคนิคการนำชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงการแต่งกายให้มีความสะอาดเรียบร้อยเป็นที่น่าเชื่อถือมีภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และความมีมารยาทการต้อนรับเพื่อแสดงออกถึงความเป็นเจ้าบ้านที่ ดี ซึ่งจะทำให้การบริการเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว อันจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพสามล้อปั่นมีรายได้เพิ่ม และถือเป็นการรักษาอาชีพรถโดยสารท้องถิ่นสามล้อปั่นให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป



