ข่าว

วิสัยทัศน์ 2 แคนดิเดต 
ศึกชิงเก้าอี้นายกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ

วิสัยทัศน์ 2 แคนดิเดต ศึกชิงเก้าอี้นายกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ

12 มี.ค. 2552

บทบาทของกำนันและผู้ใหญ่บ้านปัจจุบันนี้หลายคนจับตามอง ในฐานะผู้บริหารที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

     อย่างยิ่งช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายประเด็น อาทิ วาระการดำรงตำแหน่ง อัตราเงินเดือนตอบแทน สวัสดิการ และสถานภาพขององค์กรที่อาจหายไปจากผลการกระจายอำนาจ

 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ อยู่ในห้วงเวลาเดียวกับที่ได้มีการเตรียมที่จะเลือกตั้งนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2552 และจนถึงวันนี้ได้มีผู้สมัครลงชิงชัยที่จะเป็นแกนนำในการปกครองระดับรากหญ้า 2 ท่าน ซึ่งทั้งสองได้โชว์วิสัยทัศน์ ดังนี้

 เริ่มจาก ยงยศ แก้วเขียว กำนันตำบลเขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช วัย 42 ปี ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านครั้งแรกปี 2540 และนั่งอยู่ราว 9 เดือน จึงเลื่อนชั้นรับเลือกตั้งเป็นกำนันตำบลเขาพระบาท จนถึงปัจจุบันรวม 11 ปี ตลอดการทำงานคว้ารางวัลกำนันแหนบทองคำ 2 ครั้ง ปี 2545 และ 2548 ในวันนี้กำนันยงยศ ยังนั่งเก้าอี้ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 14 จังหวัดภาคใต้

 ยุทธศาสตร์การเสนอตัวเพื่อการรับเลือกตั้งฯ กำนันยงยศ บอกว่า ยึดหลักทำงานการมีส่วนร่วมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศเป็นสำคัญ หมายความว่า ทั่วประเทศมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมสองแสนเก้าหมื่นคน ดังนั้นการมีส่วนร่วมของเพื่อนๆทุ กคน จะช่วยผลักดันนโยบายของรัฐบาลให้ก้าวเดินไปด้วยดี

 ทั้งนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความสำคัญมากกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือเป็นเสาหลักในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพวกเราเป็นหัวหน้าราษฎร คำนี้ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นคนถืออำนาจนิติรัฐตามหลักปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้วกระจายอำนาจสู่กระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เป็นการปกครองส่วนภูมิภาค ที่มีความจำเป็นในการปกครองประเทศ

 “การมีส่วนร่วมกับเพื่อนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ต้องใช้กำลังคนเป็นแกนนำ อาทิ ประธานอำเภอ ประธานจังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละ 2-5 คน เพื่อร่วมกันบริหารสมาคม แล้วใช้การลงมติเป็นส่วนรวม”

 กำนันยงยศกล่าวถึงแนวทางที่ต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะได้รับเลือกเป็นนายกหรือไม่ คือการผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ 2457 และ พ.ร.บ.เทศบาล เพื่อเปิดทางให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลเมือง เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีการแก้ไขกฎหมายและยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลเมืองไป

 "ผมและเพื่อนๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างเห็นว่า ยังมีความจำเป็นต้องมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในเขตเทศบาล เพื่อดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งนายกเทศมนตรีควรจะดูแลงานด้านการบริหารการพัฒนาไป"

 โดยที่เขาบอกว่า สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้ยื่นข้อเสนอเรื่องนี้ไปยัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทยแล้ว และนายชวรัตน์รับปากจะดำเนินการให้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ได้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.คณะรัฐมนตรีเรียบร้อย แต่เรื่องกลับถูกส่งไปให้คณะกรรมการกระจายอำนาจเป็นผู้พิจารณา

 "เหมือนกับรัฐบาลไม่ค่อยจริงใจจะแก้ไข เพราะรู้กันอยู่ว่านักวิชาการที่เป็นกรรมการไม่อยากให้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่ในเขตเทศบาลเมือง เพราะถ้ารัฐจริงใจที่จะแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับ ต้องออกมาเป็นมติ ครม.โดยรัฐรับเป็นเจ้าภาพ ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณายกร่างแก้ไข แต่นี้รัฐกลับส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกระจายอำนาจ ทั้งๆ ที่คณะกรรมการไม่มีหน้าที่ในการแก้ไขกฎหมาย"

 ด้านแคนดิเดตท่านที่ 2 พินิจ ตันกูล หรือกำนัน "จี๊ด" ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการลงสมัครชิงชัยครั้งนี้ว่า ตัวเขาเองมีความพร้อมทุกด้านที่จะมารับใช้สถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ฯลฯ โดยจะตั้งใจทำงานสุดความสามารถ และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ทุกคน

 "การทำงานนั้นต้องรวดเร็วรอบคอบปฏิบัติงานเชิงรุก จะต้องทำงานกันเป็นทีมเพื่อความผิดพลาดน้อยที่สุด โดยภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือการดำรงอยู่ของตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดรวมสถานะ แพทย์ ผู้ช่วย กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยจะต่อสู้ให้คงอยู่ในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล ซึ่งจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.เทศบาลในมาตราที่เกี่ยวข้องโดยด่วน"

 เรื่องการเพิ่มค่าตอบแทนที่กำลังเรียกร้องกันอยู่นั้น กำนันจี๊ดบอกว่า จะต้องเร่งติดตามอย่างใกล้ชิดไม่รอบุญหล่นทับแน่นอน เพราะผ่านมา 3 รัฐบาลแล้ว ขณะที่การกำหนดอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ก็จะเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยทำตัวบทกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่

 ด้านสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร ก็จะส่งเสริมให้ถึงปริญญาตรี ส่วนการรักษาพยาบาลให้เหมือนหรือคล้ายคลึงกับข้าราชการ ที่สำคัญการดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเร่งรัดดูแล เช่นกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตรกำนันสูญเสียชีวิต บาดเจ็บ จะต้องมีมาตรการหาเงินกองกลางมาช่วยเหลือ

 "จะต้องมีเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นฐานข้อมูลด้านต่างๆ ชัดเจนโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ตามสภาพการปัจจุบันและอนาคต  ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมก็จะร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป"  กำนันจี๊ดกล่าวในที่สุด

 ส่วนนายพินิจ ตันกูล อายุ 58 ปี เป็นกำนันตำบลไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ปี 2524 ก่อนหน้าเคยเป็นประธานชมรมชาวสวนปราจีนบุรี และปัจจุบันประกอบธุรกิจรับเหมาในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสระบุรี ประสบความสำเร็จทางธุรกิจมีรายได้ปีละกว่า 150-200 ล้านบาท

 นี่คือวิสัยทัศน์ของ 2 แคนดิเดต ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงชิงชัยเก้าอี้นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย คนต่อไป หลังนายชำนาญ ภูวิลัย หมดวาระลง และจะมีการประชุมใหญ่สามัญของสมาคมเพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ในวันที่ 19 มีนาคมที่จะถึงนี้!!!

"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล / มานิตย์ สนับบุญ"