ข่าว

จี้รัฐใช้“ม.21”ผ่าทางตันคดี จว.ใต้

จี้รัฐใช้“ม.21”ผ่าทางตันคดี จว.ใต้

16 ก.พ. 2553

แม้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะพบปัญหาการจัดการคดีความมั่นคงในพื้นที่มากพอสมควร เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่นำขึ้นสู่ศาลแล้วและศาลมีคำพิพากษารวมทั้งสิ้น 216 คดี แต่ศาลตัดสินลงโทษเพียง 130 คดี ยกฟ้องถึง 86 คดี หรือค

 เป็น 216 คดี จาก 7,004 คดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด และพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว 1,388 คดี อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง 562 คดี โดยมีสถิติคดีที่ศาลยกฟ้องสูงถึงร้อยละ 40 ทั้งๆ ที่ในประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น มีเปอร์เซ็นต์การยกฟ้องเพียงร้อยละ 0.02 เท่านั้น (ข้อมูลจาก ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวไว้ในเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551)

 แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมภาค 9 ที่รายงานสถิติคดีความมั่นคงในความรับผิดชอบของศาลในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ศาลจังหวัดนราธิวาส ศาลจังหวัดนาทวี ศาลจังหวัดเบตง ศาลจังหวัดปัตตานี ศาลจังหวัดยะลา ศาลจังหวัดสงขลา และศาลจังหวัดสตูล

 พบว่าในปี 2552 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป (1 ม.ค.-31 ธ.ค.2552) มีคดีที่ศาลรับมาทั้งสิ้น 190 คดี จำหน่าย 3 คดี พิพากษาแล้ว 23 คดี ตัดสินลงโทษเพียง 5 คดี แต่ยกฟ้องมากถึง 18 คดี และมีคดีคงค้าง 164 คดี

 ปัญหาทั้งในแง่ของคดีคงค้างจำนวนมากและอัตราการยกฟ้องคดีที่สูงมากนั้น ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกับความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และกับตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีความมั่นคงที่ถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัวซึ่งมีมากถึง 548 คน

 นิพนธ์ บุญญามณี ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามงบภาคใต้ กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมภาค 9 ที่ได้รับมา ยังมีสถิติคดีในรอบปี 2550-2551 ด้วย พบว่าศาลมีคำพิพากษาคดีความมั่นคงทั้งสิ้น 60 คดี ลงโทษจำคุกเพียง 20 คดี แต่ยกฟ้องมากถึง 40 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ซึ่งนับว่าสูงมากจริงๆ และน่ากังวลอย่างยิ่ง

 สาเหตุที่คดียกฟ้องจำนวนมากน่าจะมาจาก 2 สาเหตุสำคัญได้แก่

 1.ตัวจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องจริง แต่เจ้าหน้าที่ไปจับคนเหล่านั้นมาลงโทษในลักษณะเหวี่ยงแหจับกุม หรือจับแพะ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีต

 2.ผู้ต้องหาอาจเป็นคนกระทำความผิดจริง แต่ไม่มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอมายืนยัน

 แน่นอนว่าการจะแก้ไขหรืออุดช่องโหว่ที่เป็นปัญหาในกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำ และสามารถดำเนินการได้ 2 ทาง คือในแง่เทคนิควิธีการกับในแง่การเมือง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับมา

 “ผมคิดว่าถ้ากระบวนการยุติธรรมชั้นต้นไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งรัดให้นำ มาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาใช้บังคับ” นิพนธ์ ระบุ

 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่ว่านี้ก็คือ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งในมาตรา 21 สรุปสาระให้เข้าใจกันได้ง่ายๆ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่กลับใจเข้ามอบตัว หรือเป็นบุคคลที่หลงผิด ทำความผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พนักงานสอบสวนสามารถทำความเห็นเสนอไปยัง ผอ.รมน.เพื่อพิจารณา หาก ผอ.รมน.เห็นชอบ ก็ให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้บุคคลผู้นั้นเข้ารับการอบรมเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน ด้วยความยินยอม และจะไม่ถูกดำเนินคดีอาญา

 “เท่าที่ทราบเบื้องต้นในขณะนี้ ท่านนายกฯ มีความตั้งใจที่จะให้นำมาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาใช้ โดยนำร่องในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี ซึ่งยกเลิกกฎอัยการศึกไปแล้ว”

 นิพนธ์ยังเห็นว่า แนวทางตามมาตรา 21 นี้ คล้ายกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 ในอดีตที่ใช้แก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์จนประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคปัญหาและรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการก็คือ การกำหนดลักษณะคดีหรือฐานความผิดว่ามีคดีหรือลักษณะคดีใดบ้างเข้าข่ายได้รับการพิจารณาเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ซึ่งฝ่ายทหารจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดลักษณะคดี

 ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลงานในมิติด้านความเป็นธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงยังไม่ได้รับมอบหมายให้วางกรอบหรือกำหนดลักษณะคดีที่จะเข้ากระบวนการตามมาตรา 21 เลย

 "การจะดำเนินการตามมาตรา 21 ต้องมีนโยบายทางอาญาที่ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่แค่รัฐหรือรัฐบาล แต่คนไทยทั้งประเทศ ญาติผู้ต้องหา ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียหายจะต้องเห็นชอบร่วมกัน จึงอยากเสนอให้จัดประชาพิจารณ์เพื่อให้ได้ข้อสรุป เพราะคดีอาญาที่มีเบื้องหลังเป็นความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง หรือที่เรียกว่า Political Crime เป็นโจทย์ข้อใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทยว่าจะแก้ไขอย่างไร เนื่องจากการจับเข้าคุกไม่ใช่แนวทางแก้ไขที่ถูกต้องแน่นอน" ชาญเชาวน์ ระบุ