ข่าว

รัฐเร่งระบายสต็อกข้าว3.75แสนตัน

รัฐเร่งระบายสต็อกข้าว3.75แสนตัน

15 ก.พ. 2553

พาณิชย์รับลูก กขช. ระบายสต็อกข้าวรัฐ คาดประกาศเกณฑ์ขายข้าว 3.75 แสนตันได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมเดินหน้าเจรจาขายแบบจีทูจี ระบุมีรัฐบาลไม่ต่ำกว่า 4 ประเทศสนใจ

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลจำนวน 3.75 แสนตัน ที่ได้ยกเลิกไปก่อนหน้านี้ คาดว่ากรมการค้าต่างประเทศจะออกประกาศหลักเกณฑ์ และเชิญชวนผู้สนใจมายื่นซองประมูลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

 นอกจากนี้ กขช.ยังได้รับทราบตัวเลขเกี่ยวกับสต็อกข้าวของรัฐบาลว่ามีจำนวน 5-6 ล้านตัน และเห็นว่าควรเร่งระบายข้าวที่มีอยู่ในมือภาครัฐให้ลดลงก่อนที่ข้าวเปลือกในฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์จะคำนึงถึงราคาเพื่อไม่ให้รัฐบาลขาดทุนมากเกินไป ส่วนวิธีการระบายข้าวนั้น นอกจากจะเปิดประมูลแล้ว ขณะนี้ยังมีรัฐบาลของหลายประเทศ ไม่ต่ำกว่า 4 ประเทศ สนใจจะซื้อข้าวจากไทยในลักษณะของรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือจีทูจี

 “ตอนนี้ทางกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับหลายประเทศที่ต้องการซื้อข้าวจากไทย โดยจะเน้นขายในราคาตลาด ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงของภาครัฐในเรื่องของราคา และเรื่องสต็อกข้าว” นายยรรยงกล่าว

 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงในการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ประกาศราคาอ้างอิงสำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ ที่ความชื้นไม่เกิน 15% ใช้ชดเชยส่วนต่างระหว่างเกณฑ์ราคาอ้างอิงกับราคาประกันรายได้ ระหว่างวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2553 ว่า หากเป็นโครงการข้าวนาปี ในรอบที่ 1 จะมีการจ่ายชดเชย เฉพาะข้าวเจ้า 5% โดยราคาอยู่ที่ตันละ 9,886 บาท อัตราชดเชยตันละ 114 บาท ข้าวหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ตันละ 14,796 บาท ชดเชยตันละ 504 บาท และข้าวหอมจังหวัด ราคาอยู่ที่ตันละ 14,300 บาท ชดเชยอัตราตันละ 152 บาท ส่วนข้าวปทุมธานี ราคาตันละ 11,824 บาท และข้าวเหนียว ราคาตันละ 11,207 บาท มีราคากลางสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการจ่ายชดเชย

 อย่างไรก็ตาม ในการประชุม กขช. ยังได้เห็นชอบให้การใช้เกณฑ์การจ่ายราคาอ้างอิงในส่วนของการเพาะปลูกข้าวภาคใต้ ควรจะใช้เกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศ