
เนลสัน แมนเดลารัฐบุรุษโลก...หนึ่งเดียว
อาทิตย์ที่ผ่านมาครบรอบยี่สิบปี อดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ได้รับการปล่อยตัวจากคุกในเกาะรัมเบ็น ซึ่งเป็นที่คุมขังเนลสันมาเป็นเวลา 27 ปี น่าแปลกสื่อไทยไม่มีใครเขียนเรื่องเกี่ยวกับเนลสัน ทั้งๆ ที่เขาเป็นรัฐบุรุษตัวจริงในบริบทโลก
(แต่สื่อไทยกลับให้ความสนใจทักษิณในทุกแง่มุม) หลังจาก เนลสัน ได้รับอิสรภาพเพียงไม่กี่ชั่วโมงเขาได้เรียกร้องให้คนผิวขาวและผิวดำปรองดองกันเพื่อความสามัคคีในชาติ เพราะแอฟริกาใต้ถูกกีดกันออกจากประชาคมโลกเนื่องจากมีนโยบายเหยียดผิวมาเป็นเวลานาน เนลสัน ให้อภัยต่อรัฐบาลแอฟริกาใต้ที่คุมขังเขา โดยบอกว่าเขาต้องการเห็นคนแอฟริกันหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันสร้างชาติ
หลังจากนั้นไม่นานกระบวนการปรองดองแห่งชาติเริ่มขึ้น มีการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและโปร่งใส ทำให้การยอมรับรัฐบาลแอฟริกาใต้ทั่วโลกมีมากขึ้น แมนเดลาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของแอฟริกาใต้ในปี 1994 และที่น่าสรรเสริญที่สุดคือหลังจากหมดเทอมของเนลสันในปี 1999 เขาได้ลงจากอำนาจโดยไม่หวงแหนเลยแม้แต่นิดเดียว เขาพร้อมส่งทอดตำแหน่งให้แก่คนอี่นๆ โดยไม่มีการรั้งรอแบบเผด็จการอื่นๆ ในทวีปแอฟริกาที่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง
ฉะนั้น แมนเดลาจึงเป็นที่เคารพของคนทั่วโลกเพราะเขาไม่มีความเกลียดชังต่อคนที่จับเขาไปขังลืมหรือทรมานเขาในช่วงที่อยู่ในคุก เขามีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถยกโทษให้คนที่ทำร้ายเขา จึงไม่แปลกที่เขาได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษของโลก หนึ่งเดียวก็ว่าได้
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แอฟริกาใต้กลายเป็นประเทศที่โดดเด่นมากๆ ในเวทีการเมืองโลก เพราะบารมีของแมนเดลานั่นเอง ทำให้คนทั่วโลกสนใจในตัวเขาและแอฟริกาใต้ จึงไม่แปลกที่แอฟริกาใต้ได้รับโอกาสทุกอย่างเนื่องจากความรู้สึกที่ดีต่อผู้นำและประเทศ
หลังจากแมนเดลา ประธานาธิบดีคนก่อน ไม่ค่อยเอาถ่านเพราะชอบพูดจาเลอะเทอะเป็นประจำ เช่นบอกว่าโรคเอดส์เป็นฝีมือของซีไอเอที่ต้องการทำลายแอฟริกาใต้ เป็นต้น โชคดีที่ไม่ค่อยมีใครถือสาเท่าไร ทำให้ชื่อเสียงของแอฟริกาใต้ยังดีอยู่ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันชื่อ จาค็อบ ซูมา เป็นเพื่อนซี้ของแมนเดลาในช่วงต่อสู้กับระบอบกีดกันผิวของแอฟริกาใต้ มีบารมีพอสมควร แต่ก็ยังน้อยกว่าแมนเดลา
รัฐบุรุษโลกแบบแมนเดลาคงจะไม่มีอีกแล้วในศตวรรษนี้ เนื่องความชั่วร้ายของระบอบกีดกันผิวที่เห็นอยู่ในแอฟริกาใต้นั้นไม่มีอีกแล้วในโลกนี้ มีแต่ที่เป็นทัศนคติหรือการกระทำส่วนตัวมากกว่า เราน่าเรียนรู้จากประสบการณ์ของแมนเดลาเขามีความกล้าหาญพอ ลืมอดีตชั่วร้าย ให้อภัย และสร้างความหวังใหม่ให้แก่คนแอฟริกาใต้



