ข่าว

เงินทุนป่วนเมือง

เงินทุนป่วนเมือง

16 ก.พ. 2553

การปลุกระดมมวลชนแบบถี่ยิบผ่านสื่อจนกลายเป็นการพูดรายวันของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พยายามเปิดเผยข้อมูลเก่า และกล่าวหากระบวนการต่างๆ เรียกร้องหาความยุติธรรม ถึงขั้นจะฟ้องศาลโลก หลังจากเพ้อเจ้อว่าจะต่อรองกับยมบาล ขอยังไม่ตายจนกว่าจะได้รับในสิ่งที่ตัวเองเรียกร้

ได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสมควรต้องเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เรียกว่าสงครามครั้งสุดท้ายเพื่อชิงบ้านเมือง แกนนำเสื้อแดงประกาศซ้ำว่าจะมีคนเสื้อแดงมาชุมนุมมากถึง 1 ล้านคน แต่ประชาชนไม่เชื่อ เพราะการชุมนุมแต่ละวัน ไปตามหน่วยราชการต่างๆ มีเพียงไม่กี่ร้อยคน ทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และความหวาดหวั่นว่าจะเกิดเหตุร้าย การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เร่งใช้สื่อปลุกระดมครั้งใหญ่ เป็นการพิสูจน์ว่าเจตนาแท้จริงนั้นไม่น่าหวังดีต่อบ้านเมือง เพราะบรรดาขุนศึกหรือนักรบของทักษิณต่างคึกคัก พร้อมจะเสี่ยงกับการกระทำผิดกฎหมายเพื่อล้มล้างรัฐบาลให้ได้

 สิ่งที่น่าผิดหวังก็คือ รัฐบาลนิ่งเฉยเกินไปต่อการรุกหนักของขบวนการทักษิณ ไม่ยอมใช้สื่อของรัฐให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อประชาชน โดยเฉพาะความขลาดในการใช้สื่อของรัฐ เพื่อปกป้องสถาบันหลักของแผ่นดิน ขณะที่ปล่อยให้ขบวนการเสื้อแดงกระทำผิดกฎหมายตลอดเวลาโดยพฤติกรรม ถ้อยคำผ่านสถานีวิทยุชุมชน เป็นการปลุกระดมมวลชนให้ล้มรัฐบาล ซึ่งไม่ต่างจากการกบฏเพื่อยึดอำนาจรัฐโดยผิดวิถีทางรัฐธรรมนูญ การประกาศจัดตั้งกองทัพเถื่อน การอบรมกองกำลังมวลชนหลายรุ่น พร้อมที่จะให้ความรุนแรงเสริมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่ได้รับการจัดการโดยรัฐ ทั้งๆ ที่หน่วยงานของรัฐมีมากมายซึ่งรับผิดชอบด้านความมั่นคง

 สิ่งที่น่ากลัวคือการต่อสู้ด้วยอาวุธ เพราะหัวหน้าใหญ่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่ห่วงด้านความปลอดภัยของตัวเอง เพียงแต่ต้องการให้บ้านเมืองไม่อยู่ในความสงบสุข ถึงขั้นสงครามกลางเมือง แม้โอกาสที่จะชนะหรือการรณรงค์แบบยืดเยื้อเป็นไปแทบไม่ได้ก็ตาม โดยลักษณะบุคลิกของคนในสังคมไทยซึ่งไม่ต้องการเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจรัฐโดยการทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง รัฐบาลเผชิญกับแรงกดดันนอกสภาโดยกลุ่มมวลชน การป่วนในสภาในรูปแบบต่างๆ เป็นการประสานงานของกลุ่มซึ่งมีน้ำเลี้ยงมาจากแหล่งเดียวกัน นั่นคือเครือข่ายของขบวนการทักษิณ แต่รัฐบาลยังไม่มีทีท่าว่าจะเดือดร้อนใจ มัวแต่วุ่นอยู่กับปัญหาความขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทำให้ขาดความเป็นเอกภาพในการตั้งรับเพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง เพราะแต่ละพรรคมุ่งแต่เอาตัวรอดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ต่อไป ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งแทบไม่หวังว่ารัฐบาลจะสามารถจัดการกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะเห็นการระดมทุนในการก่อการร้ายนั่นเอง