ข่าว

ใจเย็นหรือจนใจ

ใจเย็นหรือจนใจ

16 ก.พ. 2553

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า วันกำหนดชะตากรรมของ “ทักษิณ” คนหนีคุกก็จะเป็นที่รับรู้กัน เมื่อศาลฎีกานั่งอ่านคำพิพากษาคำร้องขอยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เป็นเดิมพันก้อนใหญ่ ซึ่งทำให้ทุกฝ่ายต้องยอมไปเจรจากับทักษิณ เพราะความเย้ายวนของเงิน

 แม้แต่นักวิชาการ เคยมีอุดมการณ์ ประวัติ ชื่อเสียงดี ก็ยังถูกลือว่าบินไปเจรจากับ “ทักษิณ” ที่ต่างประเทศ เพราะมีศักยภาพเพียงพอที่จะถูกเลือกให้เป็นนายกฯ รับสถานะ “นอมินี” แบบพอมีราคา เป็นที่ยอมรับของสังคมคนมีความรู้

 แต่คงไม่ลืมคำพูดของ “เดอะหมัก” ไม่นานก่อนเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งว่า พวกที่แวดล้อมใกล้ชิด “ทักษิณ” ล้วนแต่เป็นคนไม่ดี มีปัญหาด้านภาพลักษณ์ทั้งสิ้น เห็นชัดแล้วว่าคนดีหรือคนเคารพตัวเอง ตีจาก “ทักษิณ” ไปหมด

 ช่วงนี้จะเห็นกิจกรรมดาวกระจายไปตามหน่วยราชการต่างๆ มวลชนเสื้อแดงแสดงให้เห็นความดิบเถื่อน เรียกร้องสารพัด เพื่อให้เป็นข่าวให้นายใหญ่เห็น รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉยกับกิจกรรมบ่อนทำลายบ้านเมืองผ่านสื่อต่างๆ คำพูดจ้วงจาบหยาบช้าต่อบุคคลสำคัญในสังคม ผ่านวิทยุชุมชน สถานีทีวีคนเสื้อแดง ปลุกระดมมวลชนในต่างจังหวัดด้วยข้อมูลลวงให้กระด้างกระเดื่องต่ออำนาจรัฐอย่างเปิดเผย

 เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีเสียงข่มขู่บุคคลทำงานเพื่อองค์กรอิสระต่างๆ ตุลาการ และลามไปถึงคณะรัฐมนตรี แสดงให้เห็นว่าพวกนี้ทำงานท่ามกลางความเสี่ยง

 ทหารนอกแถวคนเดียว สามารถข่มขู่ คุกคามอำนาจรัฐ โดยไม่มีใครทำอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายและพิจารณาโทษวินัย ซึ่งอยู่ในสภาพ “กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้” รัฐบาลยังไม่บอกประชาชนว่าจะตั้งรับอย่างไร การข่าวใช้ได้หรือไม่

 รัฐบาลได้พ่ายแพ้ด้านยุทธศาสตร์ เพราะการขาดความกล้าหาญของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบหน่วยงานสำคัญ การให้ข้อมูลประชาชน แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หาข้อแก้ตัวต่างๆ เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็นต้องทำงาน นั่นเป็นสภาพการเอาตัวรอด

 การเตรียมเจ้าหน้าที่ให้ไปตั้งรับการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงใน 38 จังหวัดไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้ผล หลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเป็นใจกับเสื้อแดง โดยเฉพาะตำรวจ ยิ่งหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก ทุกอย่างอยู่ในสภาพแน่นิ่ง

 ใกล้วันตัดสิน ข่าวลือสารพัดเกี่ยวกับผลของคดียึดทรัพย์สร้างความไม่มั่นใจให้ประชาชนว่าตุลาการจะเผชิญต่อการกดดัน และความเสี่ยงต่อความปลอดภัยได้หรือไม่ เพราะนอกจากตัวเองแล้ว ยังต้องห่วงสมาชิกครอบครัวเพราะผู้ปองร้ายไม่คำนึงถึงกติกา

 คำแนะนำจากหลายฝ่าย ให้รัฐบาลดำเนินการตัดไฟแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้พวกมีคดีติดตัวก่อกรรมชั่วต่อบ้านเมืองรอบสอง เหมือนกับสีซอให้ควายฟังจริงๆ นิ! อิอิอิ!!!