ข่าว

ปค.เตรียมสาธิตคุณสมบัติบริษัทคอมพ์ทำบัตรปชช.

ปค.เตรียมสาธิตคุณสมบัติบริษัทคอมพ์ทำบัตรปชช.

15 ก.พ. 2553

ปค. เตรียมสาธิตคุณสมบัติบริษัทเช่าคอมพิวเตอร์ทำบัตรปชช. 22 ก.พ.นี้ ปัดแก้ทีโออาร์ช่วยบริษัทเอกชนโครงการคอมพ์ 3 พันล้าน ปค. เอกชนเต้นร่อนหนังสือแจงคุณสมบัติทันควัน

 เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 15 ก.พ.ที่กรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองอธิบดีกรม ปค. รักษาราชการแทน อธิบดีกรม ปค. แถลงข่าวถึงกรณีข่าวการเร่งรัดแก้ไขขอบเขตงานหรือทีโออาร์ ในการประกวดราคาเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนทางด้านทะเบียนและบัตรประชาชนแบบใหม่ วงเงิน 3,490 ล้านบาท จนมีกระแสเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย ว่า กรณีนี้มีบริษัทที่เสนอประกวดราคามา 7 บริษัท และกรมปค.ได้ทำข้อมูลโปรแกรม วิธีการทดสอบทางเทคนิคให้บริษัทตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. ขณะที่จะมีการทดสอบในวันที่ 3-4 ก.พ.เท่ากับผู้เข้าประกวดราคามีเวลา 26 วัน ซึ่งหากปล่อยให้สัญญาเช่าเดิมหมดลงในวันที่ 15 ก.พ.2553 ก็จะทำให้กรมต้องสูญเสียเงินบำรุงรักษาเดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เข้าร่วมทีโออาร์คุณสมบัติไม่ครบถ้วนนั้นจะมีการสาธิตการดำเนินการในประเด็นสงสัยวันที่ 22 ก.พ.เวลา 10.00 น. ที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) บางรัก เมื่อขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติผ่าน ก็จะเป็นขั้นตอนรอเสนอให้ รมว.มหาดไทยเซ็นสัญญาต่อไป

 นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีข่าวการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เห็นด้วยกับการประกวดราคานี้ 15 คน เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ เพราะคณะกรรมการทีโออาร์มีทั้งสิ้น 5 คน แต่มีนายวินิจ สนชัย นักวิชการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ และนายสุชาติ ธานีรัตน์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปรกติที่สำนักบริหารการทะเบียน และไม่ได้มีการเปลี่ยนทีโออาร์แต่อย่างใด ทั้งนี้ บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จํากัด ได้ทำหนังสือชี้แจงมาที่อธิบดีกรม ปค. ลงวันที่ 15 ก.พ. ว่า มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคนิคเป็นอย่างดี เป็นบริษัทที่มีธรรมาธิบาล พร้อมจะปฏิบัติตามสัญญาโครงการ

 รองอธิบดีกรม ปค.กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีข่าวว่าส่วนราชการอื่นไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลของกรม ปค.ได้นั้น เป็นเพราะเมื่อวันที่ 9 พ.ย.52 กรมได้ทำหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 53 ไปยัง 94 หน่วยงานแล้ว ผู้ใช้บางหน่วยงานยังไม่ได้แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมตามกรมการปกครองแจ้ง ซึ่งกรมได้อธิบายจนดำเนินการใช้ได้เป็นปรกติแล้ว หน่วยงานที่มีการใช้ข้อมูลมากที่สุด คือกรมการกงสุล ก็ได้กำหนดแนวทางแก้ไขร่วมกันแล้ว