
ขโมยพระแก้วมรกตโบสถ์กลางน้ำสุพรรณบุรี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.พ.2553 ร.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์ ร้อยเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายเข้าไปงัดหน้าต่างโบสถ์กลางน้ำวัดโพธิ์คอย ม.2 ต.ท่าระหัด และขโมยพระพุทธรูปไปจำนวน 3 องค์
จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยชุดสืบสวน พบหน้าต่างโบสถ์ด้านหน้าถูกงัดจนบานหน้าต่างห้อยลงมา ตรวจสอบที่พระประธานด้านหลังพบพระแก้วมรกต 3 ฤดู จำนวน 3 องค์ ที่วางเรียงกันอยู่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว 12 นิ้ว และ 14 นิ้ว หายไป เจ้าหน้าที่จึงเก็บรอยนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ที่วัดดังกล่าว แม้จะเป็นวัดใหญ่ แต่ปัจจุบันมีพระจำพรรษาอยู่แค่ 3 รูป รวมทั้งเจ้าอาวาส เนื่องจากเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ไม่มีการพัฒนา กรรมการวัดก็ขัดแย้งกันเอง ทำให้ไม่มีใครดูแลวัด จึงเป็นสาเหตุให้โจรขโมยชุกชุม ที่ผ่านมาของในวัดหายเป็นประจำทั้งขูดลอกทองจากองค์พระประธานหน้าโบสถ์ แม้แต่ถ้วยชามและภาชนะต่างๆก็ถูกขโมยไปจนเกลี้ยงวัด จนตอนนี้เมื่อถึงหน้าบวชพระชาวบ้านต้องไปบวชที่วัดอื่น เพราะทาสวัดดังกล่าวนอกจากจะไม่มีพระน้อยแล้ว อุปกรณ์เครื่องใช้เช่นถ้วยชามก็ไม่มีแม้แต่ใบเดียว เพราะถูกลักโขมยจากพวกขี้ยาจนหมดเกลี้ยง แต่กรรมการวัดไม่เคยสนใจที่จะไปแจ้งความหรือช่วยกันดูแล
ทางด้าน ร.ต.ท.พงศกร กล่าวว่า จากการสอบสวนนางแมว อินทร์พิพัฒน์ อายุ 55 ปี ผู้ดูแลเจ้าอาวาส กล่าวว่า ของที่วัดหายจนแทบไม่มีอะไรเหลือแล้ว และเจ้าอาวาสเองก็ถูกพวกมารศาสนา หลอกเงินไปครั้งแล้วครั่งเล่า ล่าสุดยังถูกชายคนหนึ่งอ้างชื่อว่านาย ป. ไม่ทราบนามสกุล โดยมีการระบุว่า จะมาตั้งสถานีวิทยุชุมชน และหลอกเอาเงินไปซื้อเครื่องส่ง 4 แสนบาท แล้วห็หายเข้ากลีบเมฆไป ส่วนขโมยที่มาลักของครั้งแล้วครั้งเล่า ที่วัดแห่งนี้น่าจะเป็นพวกขี้ยาในหมู่บ้าน เพราะมีมากเหลือเกิน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการให้สิ้นซากเสียที



