
สถาบันปกเกล้าฯแจ้งรัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพปฏิรูปการเมือง
"สาทิตย์" เผย กก.อิสระแนะรัฐรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ขอเวลาทำงาน 8 เดือนเท่านั้นให้รัฐหนุนงบฯ "มั่นใจ"แนวทางปฏิรูปการเมืองโดย กก.อิสระ รับ "เติ้ง"ติงถือเป็นความเห็นที่ต้องรับฟัง แต่เชื่อทำความเข้าใจได้ แนะทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ รัฐเปิดเวทีให้ถกแก
(11มี.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องการปฏิรูปการเมือง ว่า ทางกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าส่งหนังสือแจ้งมติรับเป็นเจ้าภาพปฏิรูปการเมืองและตั้งกรรมการอิสระเพื่อศึกษาพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง โดยมีนายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า เป็นประธาน ตอบรับอย่างเป็นทางการส่งมาถึงทางรัฐบาลแล้ว และนายกรัฐมนตรีจะได้เห็นหนังสือดังกล่าวในวันเดียวกันนี้ รอการสั่งการจากนายกฯเท่านั้น
นายสาทิตย์ กล่าวว่า สภาสถาบันพระปกเกล้าเสนอตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษา รับฟังความเห็นและเสนอแนะการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง โดยเสนอให้มีคณะกรรมการอิสระฯไม่เกิน 50 คน และให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั้ง 76 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ มีระยะเวลาดำเนินการ 8 เดือน โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย โดยตนทำหนังสือเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้วในวันเดียวกันนี้ ส่วนนายกฯจะพิจารณาสั่งการอย่างไร จะได้ประสานงานกับทางสภาสถาบันพระปกเกล้าอีกครั้งหนึ่ง
เขากล่าวอีกว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะทำเรื่องการปฏิรูปการเมืองให้เป็นวาระแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความเห็นทางการเมืองภายในชาติ จึงเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องไปพูดคุยกับฝ่ายค้านด้วย ไม่หนักใจอะไร ตนคิดว่าแม้ว่าฝ่ายค้านจะมีหลากหลายความเห็น แต่หลักๆน่าจะคุยกันได้เพราะต้องเอาประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง สำหรับความเห็นของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยนั้นก็ถือเป็นความเห็นหนึ่งที่ต้องรับฟัง หน้าที่ของสภาสถาบันพระปกเกล้าเมื่อรับงานนี้ไปแล้วและมีการตั้งกรรมการอิสระโดยความเห็นส่วนใหญ่ ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำความเข้าใจกับทุกคน รวมทั้งท่านบรรหารด้วย ผมว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ เมื่อท่านเสนอความเห็นก็ต้องรับฟังไว้ ซึ่งถ้าเห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปการเมืองแนวทางนี้ ก็ต้องชี้แจงให้ท่านทราบ และตนเชื่อว่าท่านบรรหารจะเข้าใจ
“ผมเชื่อว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการอิสระฯชุดนี้จะมีองค์ประกอบจากทุกฝ่าย แต่จะเป็นฝ่ายใดบ้างนั้น ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯตั้งใจให้มีกรรมการจากทุกฝ่าย โดยเราก็เห็นด้วย แต่จะมีตัวแทนจากฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายพันธมิตร นปช. ด้วยหรือไม่นั้นผมคงตอบแทนคณะกรรมการอิสระฯไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เห็นรายละเอียด แต่ถ้าหลักการต้องมีจากทุกฝ่ายถึงจะถูก เพราะอย่างน้อยทำให้ฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกัน ขัดแย้งกัน มาอยู่บนเวทีเดียวกัน ได้พูดคุยกัน โดยนำเอาปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง ทุกคนอยากเห็นประเทศคลี่คลาย เพียงแต่อาจจะเห็นไม่ตรงกันในเชิงวิธีการ ดังนั้นเมื่อมีเวทีเปิดกว้างให้แล้วทุกคนก็ต้องเปิดใจมาคุยกัน ผมไม่คิดว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะปิดกั้นตัวเองและไม่เข้ามาร่วมสู่กระบวนการปฏิรูปการเมือง เพราะกระบวนการนี้พยายามเปิดกว้างที่สุดเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามา แต่แน่นอนที่สุด คนที่ทำงานนี้ต้องอดทน หนักแน่น การทำงานในภาวะวิกฤต ความขัดแย้ง ทุกประเทศทั่วโลก คนที่ริ่เริ่ม คนทำงานย่อมเผชิญแรงกดดัน จึงเป็นความตั้งใจที่ต้องหนักแน่นมากๆ ” นายสาทิตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่ารัฐบาลจับมือสถาบันพระปกเกล้าถ่วงเวลาเพื่อยืดอายุรัฐบาล นายสาทิตย์ กล่าวว่า ในข้อเสนอในหนังสือที่ส่งมาระบุว่าใช้เวลา 8 เดือนไม่มี สูตร 8:3:8 แต่อย่างใด ตนคิดว่าเงื่อนไขเวลาไม่ได้เป็นปัญหา เพราะกรรมการอิสระฯมีเวลาทำงานไปหากทุกฝ่ายตอบรับ ก็ทำงานไปโดยที่ไม่มีความผูกพันเรื่องเวลาทำงานของรัฐบาล รัฐบาลเริ่มโดยให้องค์กรที่เป็นกลางเข้ามาทำ เชิญฝ่ายค้านมานั่งคุยด้วย ความจริงรัฐบาลจะตั้งไปฝ่ายเดียวก็สามารถทำได้ แต่จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และให้องค์กรที่ทุกฝ่ายยอมรับเป็นผู้เริ่มต้นดำเนินการ



