ข่าว

กกต.ไฟเขียว“เพื่อแผ่นดิน”ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคได้

กกต.ไฟเขียว“เพื่อแผ่นดิน”ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคได้

11 มี.ค. 2552

กกต.ไฟเขียว “พรรคเพื่อแผ่นดิน” ประชุมเลือกหัวหน้าพรรคได้

      (11มี.ค.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อแผ่นดินจะดำเนินการประชุมในวันที่ 21 มีนาคม เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริพรรคใหม่ โดยไม่รอผลชี้ขาดของ กกต.ในเรื่องที่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรค ยื่นเรื่องให้ กกต.วินิจฉัย ว่าผลการประชุมเลือกพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรคไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับพรรค ว่าที่แล้วมายังเป็นปัญหา ที่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่าการดำเนินการประชุมถูกต้อง ทั้งนี้จะเร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาข้อขัดแย้งที่อนุกรรมการสอบสวนดำเนินการอยู่ให้แล้วเสร็จ หากสิ่งไหนดีก็ดำเนินการไป สามารถดำเนินการพร้อมๆกันได้ อย่างไรก็ตาม กกต.ยังมีแนวคิดที่จะให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาตกลงกัน 
         “เมื่อวานผมก็ได้ไปเจอท่านที่อยู่ในพรรคเพื่อแผ่นดินในงานเลี้ยง ท่านก็ได้สอบถามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ซึ่งผมก็รับปากว่าจะเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด” นายอภิชาต กล่าว 
        เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อเผ่นดินจัดประชุมเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ กกต.จะเลือกพิจารณาการประชุมครั้งใดระหว่างครั้งที่ผ่านมาที่มีปัญหาและครั้งใหม่ นายอภิชาต กล่าวว่า เราก็ต้องดูตามกฎหมาย การประชุมครั้งไหนถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องยึดตามนั้น ทั้งนี้ยอมรับอาจต้องส่งเรื่องให้นี้ศาลยุติธรรม   
        ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กล่าวถึงกรณีเดียวกันโดยเห็นด้วยกับประธาน กกต.ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินสามารถจัดการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ โดยไม่รอการวินิจฉัยของ กกต. แต่ขึ้นอยู่กับนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือประธาน กกต. ว่าจะเซ็นรับรองผลการประชุมดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตามส่วนตัวเห็นว่านายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่สมควรเซ็นรับรองผลการประชุมครั้งใหม่ของพรรคเพื่อแผ่นดิน เนื่องจากยังมีปัญหาข้อพิพาทภายในพรรคกันอยู่ ซึ่งนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรคก็เป็นผู้ยื่นเรื่องมาให้ กกต.วินิจฉัยเอง ว่าผลการประชุมเลือกพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าพรรคไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับพรรค ทั้งนี้หากมีการจัดประชุมใหม่และผลการวินิจฉัยของ กกต.ออกมา กกต.จะต้องรับรองผลการประชุมครั้งแรก
         นางสดศรียอมรับที่สอบสวนช้าเพราะทั้งสองฝ่ายต่างอ้างพยานกว่า 20 ปาก และไม่สามารถตกลงกันได้ กกต.จึงต้องสอบพยานคนกลางและต้องลงพื้นที่สอบพยานคนกลาง จึงใช้เวลานาน แต่เชื่อสัปดาห์หน้าอนุกรรมการฯจะส่งผลสรุปให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา