
สั่งจัดขบวนรปภ."มาร์ค"ใหม่ผวาป่วน
หัวหน้าทีมรปภ.นายก"อภิสิทธิ์"สั่งจัดขบวนรปภ.ใหม่ หลังจากเจอเหตุ การณ์ขบวนรถนายกฯถูกรถนิรนามพุ่งเข้าแทรกขบวน "อภิสิทธิ์"กำชับหน.ส่วนราชการพร้อมรับมือป่วนเมือง
(15ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งกลุ่มเสื้อแดงตามประชิดขับไล่ และการที่มีรถจากบุคคลภายนอกเข้ามาเบียดแทรกในขบวน ปรากฎว่า วันนี้ (15ก.พ.) นายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยนรถประจำตำแหน่งจากรถเบนซ์ 600 กันกระสุน ทะเบียน ษห 3834 เป็นเรนจ์โรเวอร์กันกระสุน ทะเบียน ฌอ 5999 กรุงเทพหทานครแทน
และมีการจัดรูบขบวนรถใหม่ โดยเริ่มจากรถจักรยานยนต์สารวัตรทหาร (สห.ทบ.) และรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำขบวน 2 คัน ตามมาด้วยรถเก๋งของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม รถเก๋งจากหน่วยรักษาความปลอดภัยจากกองพันสารวัตรทหารที่ 11 (สห.ทบ.) รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเปลี่ยนให้รถรักษาความปลอดภัยของหน่วยอากาศโยธิน ซึ่งเป็นรถโตโยต้าปราโด้ ขึ้นมาอยู่ด้านหลังรถนายกฯ ตามมาด้วยรถของหน่วยรักษาความปลอดภัยจาก ร. 21 ที่ใช้รถเบซ์แวนตามหลังและเพิ่มรถฟอร์ด เอฟเวอร์เรตสีขาวอีก 1 คัน สำหรับให้ พ.ท.สุทธิชัย ศรลัมภ์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 ร.อ.ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดรักษาควมปลอดภัยนายกรัฐมนตรีใช้ประกบเป็นคันสุดท้าย
อย่าง ไรก็ตาม จากการสอบถามถึงการเปลี่ยนรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีจากรถเบนซ์มาเป็นรถ เรนจ์โรเวอร์นั้น ได้รับการชี้แจงว่า เนื่องจากต้องนำรถเบนซ์กันกระสุนที่ใช้ต้องนำไปต้อนรับนายกรัฐมนตรีเคนยา ที่เดินทางมาเป็นแขกของรัฐบาลในช่วงนี้
อภิสิทธิ์กำชับหน.ส่วนราชการพร้อมรับมือป่วนเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ว่า นายกรัฐมนตรีได้รายงานสถานการณ์การเมืองให้ส่วนราชการได้รับทราบว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง อยู่ในจุดที่รัฐบาลสามารถสามารถควบคุมได้ โดยจะต้องมีการติดตามเฝ้าระวังเป็นระยะ โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง
พร้อมทั้งกำชับให้ส่วนราชการได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยให้ทุกส่วนราชการได้เตรียมพร้อมสำหรับการชี้แจงข้อมูล นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นก็ตาม แต่จะใช้มาตรการเฝ้าระวังให้เกิดความเรียบร้อยมากที่สุด โดยให้ส่วนราชการต่างๆ เฝ้าระวังสถานที่ของแต่ละส่วน ในฐานะเจ้าของอาคารสถานที่ โดยเน้นจุดสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและศาล
นายปณิธาน กล่าวว่า สำหรับการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในขณะนี้ ยังไม่มีอะไรที่ต้องดำเนินการเป็นพิเศษ แต่ต้องประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายทหาร ซึ่งขณะนี้กองกำลังผสม ยังไม่ได้เข้ามาประจำตามหน่วยต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการประเมินสถานการณ์และความพร้อมของฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงเป็นกำลังหลัก และทหารและส่วนอื่นๆ จะเป็นเพียงกำลังเสริม ส่วนการตั้งด่านตรวจอาจจะจำเป็นต้องตั้งด่านเพิ่มมากขึ้นมากกว่า 200 จุดโดยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามความจำเป็นและเหมาะสม
เมื่อถามว่าสาเหตุที่มีการใช้อาวุธสงคราม เอ็ม 79 มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ทำเรื่องนี้เด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย มีการใช้อาวุธสงคราม รัฐบาลจะปล่อยให้มีการดำเนินการลักษณะอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ จึงต้องเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง และหากใครมีเบาะแสสามารถร้องเรียนได้



