ข่าว

“มาร์ค"งงอาวุธสงครามมาได้อย่างไร

“มาร์ค"งงอาวุธสงครามมาได้อย่างไร

15 ก.พ. 2553

นายก"อภิสิทธิ์" จี้ทุกหน่วยดูแลสถานที่ตนเอง แนะอย่าหวังพึ่งงานมั่นคงอย่างเดียว ตั้งข้อสังสเกตุอาวุธสงครามออกมาได้อย่างไร มั่นใจ รับมือความยุ่งยากช่วงก.พ.ได้ ด้าน“สุเทพ” ปัดไม่ขอวิจารณ์เหตุระเบิดเทคโนฯพระนคร จนกว่าจะชัดเจน เรียกถกหน่วยความมั่นคงบ่ายนี้ เตร

(15ก.พ.) เวลา 10.00น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนการเตรียมรับมือเหตุป่วนกรุงช่วงนี้ ว่า จริงๆแล้วมีพื้นที่ที่ให้เฝ้าระวังอยู่ และวันนี้ตนจะประชุมกับผู้บริหารระดับสูงกับทุกกระทรวง ก็จะกำชับให้ทุกหน่วยงานว่าจะต้องดูแลสถานที่สำคัญของตัวเองอย่างเข้มข้น อย่าหวังพึ่งเฉพาะเจ้าหน้าที่จากฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานข้างนอกเพียงอย่างเดียว  ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาและหามาตรการช่วยกันดูแล เพราะเราทราบว่าเขามีเป้าหมายในเรื่องของสถานที่อยู่

 เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสถานที่สำคัญๆ ทั้งบริเวณที่ใกล้กับทำเนียบฯ และศาลฎีกา จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้จะเข้มงวดและซักซ้อมความเข้าใจกับทุกหน่วยงาน เพราะตอนที่ประชุมประเมินสถานการณ์เราก็ทราบว่าจะมีเป้าหมายในเรื่องของเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่และมีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่คาดว่าเป็นเป้าหมาย

 เมื่อถามว่าเหตุเกิดแต่ละครั้งทำไมเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องกำชับ เพราะจากเหตุการณ์ก็น่าจะมีภาพจากกล้องวงจรปิดจึงต้องเร่งรัดในการติดตามจับกุมตรงนี้ 

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมอาวุธสงครามจึงมีเกลื่อนเมืองจนนำมาก่อความวุ่นวายขึ้นได้  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้เราต้องคิดว่าคนที่เข้ามาดำเนินการและเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร  เมื่อถามย้ำว่าส่วนใหญ่ระเบิดเอ็ม 79 ส่วนใหญ่ทหารเท่านั้นที่จะมีได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “อาวุธประเภทแบบนี้ คนธรรมดาไม่น่าจะมี”  เมื่อถามว่าคิดว่าจะเป็นฝีมือของคนมีสีนอกแถวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็ต้องติดตาม เพราะคนธรรมดาไม่มีหรอกครับ”

 เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้พบเบาะแสการเชื่อมโยงไปถึงใครอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีหน่วยงานที่จะดำเนินการอยู่ เมื่อถามต่อว่า มีการเตรียมการรับมือเหตุการณ์ช่วงนี้อย่างไร เพราะขณะนี้นักธุรกิจเริ่มไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ารัฐบาล  ประชาชน รวมทั้งภาคธุรกิจคงไม่อยากเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นในภาวะเช่นนี้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน รัฐบาลก็ต้องทำทุกวิถีทางในการประคับประคองเพื่อไม่ให้สถานการณ์ต่างๆเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงเวลาหรือยังที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายังไม่ถึงเวลา เรื่องการใช้กฎหมายพิเศษเราจะดูตามรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวต่างๆ ซึ่งบ่ายวันเดียวกันนี้ (15 ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็จะประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ช่วงนี้กระทบต่อการท่องเที่ยว และความรู้สึกของประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ยอมรับว่าช่วงนี้เกิดความวิตกกับคนของเราจริง ขณะเดียวกันถ้าดูจากการจับจ่ายใช้สอยในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นปกติและค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นการนำเสนอข่าวต่างๆก็ขอให้เป็นไปตามความเป็นจริง อย่าสร้างความตระหนกตกใจ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงติดตามไปขับไล่ในทุกๆสถานที่ในการปฏิบัติภารกิจจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นส่วนหนึ่งของการวางแนวทางของกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ แต่ตนก็ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ ไม่ได้หวั่นไหว เมื่อถามย้ำว่าจากนี้ไปก็ยังคงจะลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตามปกติใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไร

 เมื่อถามว่ากังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมก็อยากจะปลอดภัย แต่ผมมีหน้าที่ต้องทำก็ต้องทำ และมีคนที่มีหน้าที่ในการดูแลควมปลอดภัยให้ผม เขาก็ทำหน้าที่ของเขา”

 เมื่อถามว่าจกระทบต่อการทำหน้าที่ในการเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เอาเป็นว่าเป็นรัฐบาลแล้วแก้ไขปัญหาของประชาชนได้หรือไม่ ช่วงปีกว่าที่ผ่านมาการฟื้นเศรษฐกิจ การริเริ่มนโยบายต่างๆมากมายก็สามารถทำได้ การลงพื้นที่ก็เผชิญกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีเป้าหมายในการเคลื่อนไหวเพื่อขัดขวาง เราก็ทำตามความเหมาะสม ตนก็พยายามปฏิบัติภารกิจตามปกติแต่ก็ไม่ต้องการทำในลักษณะที่ถูกมองว่าเป็นการท้าทายหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพราะฉะนั้นใครที่มีเป้าหมายต้องการยั่งยุให้เกิดความรุนแรงตนก็บอกได้เลยว่าไม่สำเร็จ

 เมื่อถามว่าจะหยุดการลงพื้นที่ชั่วคราวหรือไม่ นายอภิสิทิ์ กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมทำทุกอย่างตามปกติ” เมื่อถามต่อไปว่า แต่การคุกคามอย่างต่อเนื่องอย่างนี้จะทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหว และเกิดความตื่นตระหนก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่มีอะไรที่ต้องตื่นตระหนก รัฐบาลติดตามสถานการณ์และจะดูแลให้ผ่านเหตุการณ์ช่วงนี้ ซึ่งเราได้เตือนไว้แล้วว่าจะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นและเป็นช่วงที่ยากช่วงหนึ่งแต่ก็จะผ่านไปได้ เมื่อถามว่าจะเกิดความรุนแรงก่อนหรือหลังวันที่ 26 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นช่วงรอบๆนั้น เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะมีการปรับเป็นระยะๆอยู่แล้วตามสถานการณ์

 ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับรถที่เข้ามาเบียดขบบวนรถนายกรัฐมนตรีหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องตอนที่เกิดเหตุ จนกระทั่งกลับ เข้าใจว่ารถคันดังกล่าวแทรกเข้ามาทางด้านหลังขบวนซึ่งตนไม่ได้เห็น เมื่อถามว่าแต่มีการวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เห็นว่านายกฯตกอยู่ในความไม่ปลอดภัย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้บอกไปแล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นจริงก็ขอให้เอาภาพหรือทะเบียนรถมาติดตาม

 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่เกิดเหตุยิงปืนเอ็ม 79 เข้าไปในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชยการพระนคร ซึ่งอยู่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล และซุกระเบิดซีโฟร์ภายในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ว่า ในช่วงบ่ายตนเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันที่ผ่านมาถือว่าเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร จึงต้องปรับวิธีการทำงานบ้าง ซึ่งตนได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ได้เฝ้าระวังสถานที่ราชการที่สำคัญๆ และดูแลบ้านพักบุคคลสำคัญให้เข้มข้นมากขึ้น เช่นมีหน่วยลาดตระเวนด้วยเท้าและรถจักรยานยนต์

 เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่ากลุ่มคนที่ดำเนินการครั้งนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงปืนเอ็ม 79 เข้าไปภายในกองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นข้อสงสัยเท่านั้นอย่าเพิ่งไปสรุปว่าเป็นอย่างไร ตนจะระมัดระวังไม่ไปกล่าวหาใครง่ายๆ แต่จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่ได้รายงานความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นการรายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนจะเป็นฝีมือใครนั้นตนยังไม่ขอไปพูดถึง

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงไปถึงกรณีการตัดสินยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 ก.พ. นายสุเทพ กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นนั้น ตนจะยังไม่พูดจาอะไรไปก่อน การทำงานต้องมองให้รอบด้าน แต่ตราบใดที่ยังไม่มีข้อพิสูจนที่ชัดเจนตก็จะไม่พูดอะไร ต่อข้อถามว่า สถานการณ์ถึงขั้นต้องประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงแล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่จำเป็น ที่ต้องใช้กฎหมายความมั่นคง หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ขณะนี้ใช้เพียงกฎหมายปกติ คิดว่าบ้านเมืองคงจะดูแลกันได้ แต่ขอฝากไปถึงฝ่ายที่จ้องจะก่อเหตุวุ่นวาย หรือก่อกวน ว่าการทำอย่างนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีอะไรขึ้นมา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมองว่าเป็นการเล่นสงครามประสาทหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอให้คิดถึงบ้านเมืองในส่วนรวมจะดีกว่า จะทำสงครามประสาทหรือจะทำอะไรกับรัฐบาลก็ใช้วิธีอื่นดีกว่า อย่าทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ส่วนการตั้งรับรัฐบาลจะทำตามปกติ เพราะไม่คิดว่าใครเป็นศัตรู รัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รักษาประโยชน์ของส่วนรวมเอาไว้ เมื่อถามมว่า จะมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะขณะนี้มีการเล่มเกมทั้งใต้ดินและบนดิน นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ทำไปตามปกติ ไม่มีอะไรที่จะแปลกหรือพิสดารออกไป เพราะเราเป็นรัฐที่บริหารจัดการกันด้วยกฎหมาย

 เมื่อถามว่า แสดงว่าในช่วง 10 กว่าวันที่เหลือก่อนตัดสินจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจและเฝ้าระวังให้มากขึ้น ถ้าเห็นอะไรที่ผิดสังเกตก็ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อที่เราจะแก้ไขเหตุการณ์ได้ทันท่วงทีอย่างที่ตนบอกว่าบ้านเมืองเป็นของทุกคน อย่าปล่อยให้คนบางคนบางกลุ่ม ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว    

 ต่อข้อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าตำรวจยังรักษาสถานการณ์ได้อยู่ นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงาน กำลังของตำรวจยังเพียงพอ แต่ตนได้เตรียมไว้แล้วว่า หากกำลังตำรวจไม่พอก็จะขออาสาสมัครพลเรือน หรือกำลังสนับสนุนฝ่ายทหารมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เมื่อถามว่า นอกเหนือจากพื้นที่เฝ้าระวัง 8 จุดในกทม.ในต่างจังหวัดต้องเฝ้าระวังจุดใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ในต่างจังหวัดดำเนินการไปก่อนแล้ว คือให้ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัด ในฐานะผอ.กอ.รมน.จังหวัด ดูแลสถานที่ราชการ และในวันนี้จะทบทวนกันในที่ประชุมหน่วยงานความมั่นคงอีกครั้ง

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหม่ออกมาเรียกร้องให้นายสุเทพลาออก นายสุเทพ กล่าวว่า ที่เขาออกมาพูดคิดว่าสังคมเข้าใจอยู่แล้ว บางครั้งความเป็นพรรคการเมืองเขาก็อาจหวังผลทางการเมือง ซึ่งตนอยากเรียนกลับไปว่า ตนไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคู่ต่อสู้อะไร และไม่มีเจตนาร้ายกับใครทั้งนั้น ส่วนที่เขาพูดจาแสดงออกมาก็จะถือว่าเป็นคำแนะนำและจะนำไปพิจารณาทบทวนตัวเองที่จะทำงานให้แข็งแรงมากขึ้น

 เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดเหตุกับนายกฯที่มีรถบุคคลภายนอกพยายามแทรกเข้าขบวนของนายกฯได้รับรายงานความคืบหน้าหรือไม่ว่าเป็นกลุ่มบุคคลใด นายสุเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ขอฝากไปถึงประชาชนว่า บางครั้งเห็นเหตุการณ์แล้วอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็ต้องขอความร่วมมือ ส่วนที่มีกลุ่มบุคคลไปต่อต้านนายกฯเวลาปฏิบัติภารกิจในที่ต่าง ๆ นั้นอยู่ในแผนการทำงานของกลุ่มคนเสื้อแดงเขาอยู่แล้วที่ต้องการแสดงให้เห็นภาพว่ารัฐบาลนี้ทำงานไม่ได้

  ต่อข้อถามว่าเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น ทำไมรัฐบาลไม่ออกมาแสดงความชัดเจน นายสุเทพ กล่าวว่า กำลังพยายามอยู่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องรักษาความปลอดภัยนายกฯ และให้นายกฯสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามกำหนด ส่วนคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบจับกุม คือ ตำรวจที่จะมีหน้าที่ดำเนินการ ถือเป็นคนละภารกิจกัน ส่วนคนยิงเอ็ม 79 ก็กำลังตรวจสอบอยู่ หากใครเป็นผู้ต้องสงสัยก็จะทำการตรวจสอบ ตรวจค้น ตามที่กฎหมายอนุญาต ต่อข้อถามว่าคนที่ไปต่อต้านนายกฯเหมือนเมื่อครั้งที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองดำเนินการถือเป็นการสะท้อนให้เห็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า สะท้อนว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามกติกา และอยากให้มาสู้กันในกฎเกณฑ์กติกา เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย