ข่าว

นายกฯอภิสิทธิ์“เร่งขุดลอกแม่น้ำฯ”เถอะครับ !

นายกฯอภิสิทธิ์“เร่งขุดลอกแม่น้ำฯ”เถอะครับ !

15 ก.พ. 2553

มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอยู่ 2 อย่าง ที่เกิดขึ้นจนเกือบจะกลายเป็น “ฤดูกาล” ไปแล้ว นั่นคือ ปรากฏการณ์ภัยแล้ง กับปรากฏการณ์น้ำท่วม ทั้งสองปรากฏการณ์นี้เกิดมานานมาก ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แล้วได้เป็นรัฐบาล แล้วกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกหน ก่อนที่จะกลั

 . แต่ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็จะต้องมีการจัดเตรียมงบประมาณประจำปีเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งกับปัญหาน้ำท่วมสืบทอดกันมาเหมือนประเพณีอย่างหนึ่ง บางปีจัดงบสำหรับแก้ปัญหาพื้นที่ที่ประสบปัญหาเสร็จ รัฐบาลก็จัดงบประมาณช่วยเหลือราษฎรหลังถูกภัยแล้งและประสบภัยจากน้ำท่วมเอาไว้รอท่าอีกด้วย

 แล้วก็แปลกนะครับ ที่งบประมาณสำหรับเรื่องภัยแล้งกับน้ำท่วมที่รัฐบาลทุกรัฐบาลรู้ทั้งรู้ว่าต้องเกิดนี่ ต้องจัดเพิ่มขึ้นทุกปีตามสัดส่วนของความฉิบหายที่ภัยแล้งและน้ำท่วมก่อให้เกิดแก่ทั้งทรัพย์สินและตัวเกษตรกร ! หากใครไม่เชื่อ ขอให้คอยดูการจัดงบประมาณแผ่นดินในปีนี้ก็ได้ครับ

 ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่า ระหว่างท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านได้เคยตั้งกระทู้ หรือเคยอภิปรายเกี่ยวกับภัยแล้งและภัยน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ปีแล้วปีเล่าบ้างหรือไม่ แต่ถึงอย่างไร ผมก็เชื่อว่า ท่านคงเคยเห็นข่าวภัยแล้งและภัยจากน้ำท่วมจากสื่อมวลชนมาแล้วเหมือนชาวบ้านร้านตลาดทั้งประเทศ เมื่อท่านก้าวขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปีที่แล้ว ท่านคงจะได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเสียหายจากภัยทั้งสองประเภทแล้วอย่างแน่นอน ผมไม่ทราบท่านรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้นะครับ

 ครั้นมาปีนี้ ท่านแสดงเจตจำนงผ่านสื่อมวลชนว่า “จะพลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทอง” ด้วยการหันมาส่งเสริมการเกษตรอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ท่านคงได้รับรายงานจากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงภัยแล้งที่กำลังรอคอยที่จะถล่มเกษตรกรในปีนี้แล้วนะครับ ข่าวว่าดูจะหนักหนาสาหัสกว่าปีก่อนเสียด้วย

 ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะสนุกสนานกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ภัยแล้งและภัยจากน้ำท่วมเหมือนที่เคยทำกันมานะครับ ท่านเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ เป็นความหวังของชาวบ้านร้านตลาด ว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาซ้ำซากนี้ได้ ผมกราบขอร้องครับ ขอร้องให้ท่านหันมาทบทวนการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมใหม่ วางแผนแก้ปัญหาจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปปีหนึ่งปีหนึ่ง หรือแก้ปัญหาผิดๆ ด้วยการสร้างทำนบกั้นน้ำชั่วคราวตามริมแม่น้ำในจังหวัดต่างๆ ในห้วงที่มีน้ำท่วม…

 จริงอยู่แม่น้ำลำคลองสายเล็กๆ อาจเคยถูกขุดลอกมาบ้างแล้ว แต่แควใหญ่ๆ อย่าง ปิง วัง ยม และ น่าน รวมทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาล่ะครับ กี่ร้อยปีมาแล้วที่ไม่เคยถูกขุด แควใหญ่ๆ หลายแควที่ไหลผ่านป่าและเชิงเขา อาจมีต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นลงไปขวางทางน้ำ หรือในยามน้ำหลากกระแสน้ำก็อาจเซาะตลิ่งจนถล่มลงมาเป็นสันดอน ในยามแล้งหลายแห่งตื้นเขิน มีสายน้ำไหลรินเหนือก้อนกรวดที่อัดแน่น จนรถยนต์สามารถแล่นข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้

 ระดมสมอง วางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ชาวบ้านร้านตลาดที่มีบ้านเรือนอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำลงไปที่ตีนท่า “ขนทรายเข้าวัด” เอาฤกษ์เอาชัยในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลที่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน ดูแลผู้รับเหมาขุดสันดอนแม่น้ำให้ลึกลงไปสัก 5 เมตร ตลอดทั้งสาย กะให้เสร็จก่อนฝนแรกจะมา…ดูทีหรือว่า เมื่อแม่น้ำลำคลองลึกลงไปกว่าน้ำที่เคยท่วมเมื่อปีกลายแล้ว ปีนี้มันจะท่วมอีกไหม...

 ดีกว่าตั้งงบประมาณให้ข้าราชการไปซื้อกระสอบทรายมาทำทำนบกั้นน้ำ จนชาวบ้านเขานินทาว่ามีนอกมีใน ที่พอน้ำลดก็ถีบทำนบถุงทรายลงตลิ่งทำให้ริมแม่น้ำแถบนั้นตื้นขึ้นมาอีกนะครับ หากท่านนายกฯ เอาจริง อย่าลืมกระซิบผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วยล่ะ เขาจะได้วางแผนไปชักชวนชาวต่างชาติให้มาดูความสมัครสามัคคีของคนไทยในการนี้ได้ทันยังไงล่ะครับ!

ภาณุมาศ ทักษณา