ข่าว

รัฐกู้ชดเชยขาดดุลยาวถึงปี2562สนบ.ทำแผน10ปีใหม่-อ้อนธปท.ตรึงดอกเบี้ยต่อ

รัฐกู้ชดเชยขาดดุลยาวถึงปี2562สนบ.ทำแผน10ปีใหม่-อ้อนธปท.ตรึงดอกเบี้ยต่อ

14 ก.พ. 2553

สบน.ทำแผนบริหารการคลัง 10 ปีใหม่ พบงบรายจ่ายประจำโตเบียดงบลงทุน ส่งผลรัฐต้องกู้ชดเชยขาดดุลยาวถึงปี 62 กว่าจะสมดุล อ้อน ”หม่อมเต่า” ตรึงดอกเบี้ยต่อช่วยลดต้นทุนกู้ยืม พร้อมขอให้ช่วยรับภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูบางส่วน

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สบน.ได้จัดทำแผนบริการทางการคลังในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2562 ตามนโยบายของ รมว.คลัง เพื่อพิจารณาถึงแนวโน้มฐานะการคลังและการบริหารหนี้ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โดยจากสมมติฐานขณะนี้ประเมินว่า งบประมาณจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลและหนี้ลดลงมาต่ำกว่า 60% ได้ในปี 2562 จากเดิมที่เคยมองไว้ปี 2558

 ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุนแทนภาคเอกชนอีกอย่างน้อย 2-3 ปีนี้ ขณะที่งบประมาณรายจ่ายมีข้อจำกัดทางด้านรายได้ ที่มองว่านับจากนี้ไปยังค่อนข้างทรงตัวและไม่เพิ่มขึ้นจากนี้มากนัก แต่งบประมาณรายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากทุกปีตามภาระผูกพันรายจ่ายตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ยังต้องกู้เงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณต่อไป

 “สมมติฐานที่ทำตอนนี้ยังอยู่บนพื้นฐานที่ว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้ตามปกติ ไม่มีการขึ้นภาษีตัวใด หรือมีภาษีใหม่ๆ มาช่วยให้รายได้เพิ่มเข้ามามากจนไปลดการกู้ยืมลง แต่แนวโน้มการกู้ขาดดุลก็จะลดลงตามลำดับ ซึ่งคงขึ้นอยู่กับการขยายตัวของจีดีพีด้วย โดยแผนที่จัดทำไว้อาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก็ได้ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว

 นายจักรกฤศฏิ์กล่าวถึงการหารือกับ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่า ได้ชี้แจงให้ทราบถึงแนวทางการกู้เงินหรือบริหารเงินมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง และขอให้ ธปท.พิจารณาถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วยว่าอาจจะกระทบกับต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐที่จะทยอยตามออกมาจำนวนมาก อีกทั้งจะกระทบกับการลงทุนของภาคเอกชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง ซึ่ง ธปท.ก็รับไปพิจารณา

 “ธปท.มีความเข้าใจอันดีถึงการกู้ยืมและบริหารเงินของ สบน.ที่ทำเหมือนการบริหารของภาคเอกชน โดยจะไม่กู้เงินมากองไว้ให้เป็นภาระดอกเบี้ย แต่จะกูระยะสั้นแล้วมารีไฟแนนซ์ให้ยาวขึ้น ส่วนยอดหนี้ต่อจีดีพีนั้น ธปท.ไม่ได้เป็นห่วงจะกระทบเสถียรภาพทางการคลัง และเชื่อว่าจะปรับลดลงมาได้ภายใน 6 ปีนี้เหมือนช่วงวิกฤติปี 2540 ที่หนี้ขึ้นไปสูงสุดปี 2544 จากนั้นลดลงมาระดับปกติปี 2550” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวและว่า ยังถือโอกาสเสนอตัวเลขการชำระหนี้แต่ละปีให้ ม.ร.ว.จัตุมงคลพิจารณาว่างบชำระหนี้ทุกปีนั้นเป็นหนี้ของกองทุนฟื้นฟูถึง 50% และชำระได้เพียงดอกเบี้ย 5-6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดเงินต้น 1.2 ล้านล้านบาท ยังคงอยู่ จึงอยากให้ ธปท.เข้ามาช่วยรับภาระส่วนนี้ด้วยแต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน