ข่าว

ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

15 ก.พ. 2553

“เลขาศาลฎีกา” รายงาน “ประธานศาลฎีกา” เหตุวางระเบิดข้างศาลฎีกาแล้ว พร้อมสั่งคุมเข้ม ขณะที่เลขาศาลฎีกา ปัดระเบิดเอี่ยวคดีตัดสินยึดทรัพย์ ผู้พิพากษาย้ำ ไม่คิดย้ายที่ตัดสินคดี

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.53  นายเชวง ชูศิริ เลขานุการศาลฎีกา กล่าวภายหลัง พบวัตถุระเบิดที่บริเวณรั้วศาลฎีกาช่วงสายวันนี้ว่า ได้รายงานให้นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา ทราบแล้ว ซึ่งประธานสั่งการให้เพิ่มความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังได้รายงานให้นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมทราบแล้วเช่นกัน

 ส่วนเหตุที่พบการวางระเบิดนั้นจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ นายเชวง ปฏิเสธว่าไม่ทราบ อย่างไรก็ดีสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นคงต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และรปภ.ศาลให้เข้มข้นขึ้นก่อนถึงนัดฟังคำพิพากษา

 ขณะที่แหล่งข่าวผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลฎีกาว่า ศาลได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ( รปภ.) จำนวนเฝ้ารักษาการณ์ทางเข้า - ออก ซึ่งช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ ก็มี รปภ.ประจำตามจุดเหมือนวัน – เวลาราชการ อย่างไรก็ดีหลังจากเกิดเหตุพบการวางระเบิดบริเวณรั้วศาลฎีกาหลังจากนี้คงจะมีการจัดระบบมาตรการความปลอดภัยที่เข้มขึ้น

 เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ที่มีการประชุมร่วมกับฝ่ายตำรวจนครบาลจัดระบบรักษาความปลอดภัย ช่วงที่จะมีการพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นั้น แหล่งข่าวผู้พิพากษา กล่าวว่า แม้มีการประชุมแต่ช่วงนี้ยังไม่ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเสริมกำลัง รปภ. ที่ศาลจัดไว้เอง

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ผู้พิพากษาเกิดความหวาดกลัวและหวั่นไหวจนต้องมีการย้ายสถานที่พิพากษาคดี เนื่องจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังจะตัดสินคดียึดทรัพย์ วันที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ แหล่งข่าวผู้พิพากษา กล่าวว่า ถ้าจะพูดว่าไม่หวั่นไหวก็ดูเหมือนผู้พิพากษาจะประมาท แต่ถ้าพูดว่าหวั่นไหวก็จะกลายเป็นว่าผู้พิพากษากลัว อย่างไรก็ดีอยากให้เข้าใจว่าศาลยุติธรรมเราดำรงอยู่มากว่า 100 ปี ทำหน้าที่ตัดสินคดีความต่างๆ ด้วยความมั่นคง เที่ยงธรรมมาโดยตลอด ดังนั้นถ้าจะพูดว่ากลัวต้องย้ายสถานที่คงไม่ใช่

สุเทพเชื่อผู้พิพากษาไม่หวั่นหลังวางซีโฟร์ข้างศาล

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า นับเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ประสงค์ร้าย คิดจะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง จึงต้องหาทางแก้ไขต่อไป ตนจะให้ตำรวจสืบสวนหาคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการข่าวไม่มีการเตือนมาก่อนเลยหรือ นายสุเทพ กล่าวว่า มันไม่ใช่ว่าปล่อยหรือไม่ปล่อย แต่คนที่จ้องจะสร้างสถานการณ์ก็พยายามอยู่เรื่อย คิดดูพื้นที่กทม.กว้างขวางจะเอาอะไรไปวางตรงไหน ก็มีโอกาสทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม จะพยายามกวดขันให้ดูแลสถานที่ราชการต่างๆ ให้มากขึ้น

 เมื่อถามว่า คนร้ายที่วางระเบิดซีโฟร์เป็นกลุ่มเดียวกับคนร้ายที่ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพาณิชยการพระนครหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าให้ตนพูดอะไรอย่างนั้นเลย แต่หากถามว่าตนคิดอะไรก็คิดเหมือนคนทั้งหลาย แต่ไม่อยากพูดอะไรไปก่อน อยากให้รอพยานหลักฐานมีความชัดเจน

 เมื่อถามว่า จะให้ความชัดเจนการทำงานของผู้พิพากษาที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าศาลไม่หวั่นไหว ผู้พิพากษาทุกคนรับภาระในการชี้ผิดชี้ถูกมาตลอดชีวิต การที่มีคนไปข่มขู่คุกคามคงไม่ทำให้ท่านหวั่นไหวได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่กลุ่มอื่นทำเพื่อป้ายสีให้กลุ่มคนที่จะเคลื่อนไหวก่อนวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ยังเร็วไปที่จะพูดอะไร ต้องให้ผลการสืบสวนชัดเจนถึงจะพูดได้ บอกได้เพียงว่ารายละเอียดเหตุการณ์เป็นอย่างไร

 เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในความคาดหมายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “เรื่องการเอาระเบิดมาวาง ผมไม่เคยคิดมาก่อน แต่เรื่องการยิงระเบิดเอ็ม 79 เราก็พยายามที่จะดักจับ ก็ค้นหาอยู่และทำไปได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังต้องทำต่อไป”

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีช่องโหว่อะไรที่ทำให้คนร้ายก่อเหตุเพราะอาวุธสงครามไม่ใช่หาได้ง่ายๆ นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่ยากหรอกครับ”

 เมื่อถามศาลฎีกาได้ประสบเพื่อขอความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ แต่เป็นหน้าที่ของตน ที่จะต้องกำชับให้ตำรวจทำงานให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนตำรวจที่จะอารักขาศาลคงใช้เท่าเดิม

 “ไม่ต้องตื่นเต้นตกใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์เหล่านี้ขึ้น ท่านทั้งหลายก็คาดการณ์กันได้อยู่แล้ว ผมก็ต้องทำงานต่อให้หนักขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องใช้กฎหมายพิเศษ ผมก็ประเมินไปเรื่อยๆ ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองใหม่ขอให้พิจารณาตัวเอง ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมีหน้าที่ก็ทำงานของผมต่อไป” นายสุเทพ กล่าวและว่า จะมีการประชุมฝ่ายความมั่นคงเพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันที่ 15 ก.พ. นี้

 เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่ารัฐบาลตั้งกลุ่มแดงขมเข้าไปแทรกซึมก่อนเหตุรุนแรง นายสุเทพส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนกล่าวว่า “ไม่มีฮะ ไม่มี”

ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่ตื่นวางซีโฟร์ข้างศาลฎีกา

 ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 1 ในองค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์กล่าวกับผจก.ออนไลน์ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ปาระเบิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร แขวงดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล และเหตุซุกระเบิดซีโฟร์ข้างศาลฎีกาในวันเดียวกัน ว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวตนก็ไม่ได้รู้สึกกดดันหรือกังวลใจอะไร ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ก็ไม่ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เพิ่มการอารักขาเป็นพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยให้ตามปกติ ทั้งที่บ้านและระหว่างการเดินทาง รวมถึงสถานที่ปฏิบัติงาน

 อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ยังได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าเหตุปาระเบิดดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ในวันที่ 26. กุมภาพันธ์นี้ หรือไม่ โดยระบุเพียงว่าไม่ทราบ และไม่ขอคาดเดาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกัน อีกทั้งในระหว่างนี้จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันหรือไม่ ก็ไม่สามารถคาดเดาได้

 ชุมพลเชื่อเไม่กระทบท่องเที่ยววอนอย่าปิดสนามบิน

 นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เชื่อว่าเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในภาพรวม เพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกประเทศก็มี

 "ผมเชื่อว่าระเบิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นระเบิดการเมือง ดังนั้น จะเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม ขออย่าปิดสนามบิน เพราะถ้าปิดจะส่งผลกระทบอย่างมากกับการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ถือว่าตัวเลขการท่องเที่ยวของเราถือว่าดี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.5 -1.6 ล้านคน ในเดือนมกราคม และเชื่อว่าเดือนกุมภาพันธ์จะเพิ่มขึ้นอีก" นายชุมพลกล่าว