
จับคู่แข่งการเมือง'โคราช'ผูกเกลอสมานฉันท์
โคราชทำเก๋ จับคู่แข่งทางการเมืองตลอดกาล ทั้ง ส.ส. นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผูกเกลอสมานฉันท์ให้รักกันตลอดไปลดความขัดแย้งทางสังคมรับเทศกาลวันแห่งความรัก
เช้าวันนี้ (14 ก.พ.) ที่บริเวณศาลเจ้าปู่เมืองคง อ.คง จ.นครราชสีมา ได้มีบรรดาคู่แข่งทางการเมืองทุกระดับใน อ.คง ได้ถือเอาฤกษ์วันวาเลนไทน์สวมเสื้อสีชมพูรวมตัวกันกล่าวปฏิญาณตนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านของ อ.คง เพื่อแสดงให้เห็นว่าต่อไปนี้คู่แข่งทางการเมืองและคู่แข่งในตำแหน่งต่างๆ ของ อ.คง จะมีความรัก ความสมานฉันท์กันตลอดไป เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ซึ่งคู่เกลอจะประกอบด้วย คู่เกลอนักการเมืองระดับชาติที่เคยเป็นคู่แข่งกันมาตลอดคือ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กับนายอนุวัฒน์ ทินราช อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 พรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.นครราชสีมา ,นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กับนายพงษ์พิศ รุ่งเป้า อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย อีกทั้งคู่เกลอนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง อาทิเช่น นายก อบต. ระหว่าง นายชม ประจงจิตร นายก อบต.คูขาด อ.คง กับนายนิพนธ์ พันธ์วิศิษฏ์ อดีตนายก อบต.คูขาด ,ตลอดจนคู่เกลอที่เคยเป็นคู่แข่งในตำแหน่ง สมาชิกสภาเทศบาล,สมาชิกสภา อบต.,ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรสามัคคี ,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้านและผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการครู เป็นต้น
หลังสักการะเจ้าปู่เมืองคงแล้วคู่เกลอทั้งหมดที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพูได้จับมือแสดงความรัก ความสมานฉันท์ต่อหน้า นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.กระทรวงพลังงาน,นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี นายอำเภอคง และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผกก.สภ.คง ที่มาเป็นสักขีพยาน รวมแล้วจะมีการผูกคู่เกลอสมานฉันท์รักกันตลอดไปเกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ที่อำเภอคง จ.นครราชสีมา จำนวน 250 คู่ โดยในเวลา 18.00 น.วันนี้ จะมีชาวอำเภอคงทั้งอำเภอหลายพันคนมาเป็นสักขีพยานที่สนามโรงเรียนชุมชนคง อ.คง
นายสมชัย เปิดเผยว่าการจัดงานในครั้งนี้ได้ถือฤกษ์ในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ก็เพื่อเป็นการเริ่มต้นสมานแผลของสังคมไทยที่กำลังเกิดความขัดแย้งทางความคิดกันอย่างหนักในปัจจุบัน โดยอำเภอคงถือเป็นอำเภอแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นอีกพื้นที่ที่มีการแข่งขันทางการเมืองทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และมีความแตกแยกทางความคิดระดับหนึ่ง ทางอำเภอและประชาชนในท้องถิ่นอยากจะเห็นชุมชนแต่ละชุมชุนของอำเภอคงกลับมามีความเข้าใจและสามัคคีสมานฉันท์กันเหมือนเช่นดังเดิม ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงรับสั่งไว้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ที่ว่า “ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรา มีความเจริญ มั่นคง และเป็นปกติสุข” ซึ่งชาวอำเภอคงจึงมีความเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการแสดงออก
เพื่อให้สาธารณชนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า คนไทยสามารถช่วยกันสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดข้นในสังคมได้ อย่างเช่นตัวอย่างของตนเองกับ นายอนุวัฒน์ อดีตผู้สัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเดิมและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคเพื่อไทย ที่ได้แข่งขันกันในสนามการเมืองมานานและรุนแรง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของวงการการเมืองที่จะต้องมีการต่อสู้กันตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อจบการแข่งขันก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไม่อาฆาตมาตรร้ายและสามารถทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติร่วมกันได้
การจัดงานครั้งนี้ตนเองมีส่วนในการผลักดันให้เกิดงานนี้ขึ้นร่วมกับชาวอำเภอคง ไม่ใช่เป็นการจัดฉากแต่เป็นการผูกเกลอเพื่อความสมานฉันท์กันอย่างถาวร แต่ในทางการเมืองก็จะมีการแข่งขันกันตามครรลองระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ก็เพื่ออยากให้ทุกคนได้เห็นว่าคนที่ต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างหนักก็ยังเป็นเพื่อนกันและช่วยกันพัฒนาประเทศได้ โดยเป้าหมายของทุกคนที่มาผูกเกลอเป็นคู่รักสมานฉันท์หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า”ผูกเสี่ยว”ก็ล้วนอยากจะให้สังคมไทยยุติความแตกแยกกันเสียที ทั้งนี้ถ้าแนวความคิดนี้ขยายผลและนำไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ชาติไทยก็จะสงบสุข



