ข่าว

เที่ยวกรุงเก่าไหว้พระตรุษจีนถูกยิงเจ็บทั้งรถ

เที่ยวกรุงเก่าไหว้พระตรุษจีนถูกยิงเจ็บทั้งรถ

15 ก.พ. 2553

นักท่องเที่ยวผวาตระเวนไหว้พระตรุษจีนจากสระบุรี ถึงอยุธยาถูกคนร้ายระดมยิงแบบไม่ทราบสาเหตุ คนขับกับญาติเจ็บสาหัส 3 ราย เผยกลัวถูกปาหินอยู่แล้วไม่คิดจะถูกยิง ตร.คาดอาจเป็นพวกคึกคะนองใกล้ที่เกิดเหตุ ผบก.สั่งระดมกำลังล่าตัว

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 ก.พ. 2553 พ.ต.ท.สราวุธ ศรีสุขศิริพันธ์ สว.เวรสภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากรพ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บมารักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.สุรวุฒิ รอดบำรุง รองผกก.สส. และชุดสืบสวน ไปตรวจสอบ

 เมื่อไปถึงพบว่าผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บคือนายไพศาล เชิดวัฒนกิจ อายุ 36 ปี บ้านอยู่ 1589 /93 ม 3 สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ มีอาชีพทำธุรกิจส่วนตัว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณไหล่ขวา 1 นัด ข้อมือซ้าย 1 นัดและกระสุนถากที่แก้มขวา 1 นัด น.ส.ดวงใจ ภพหิรัญโสภณ อายุ 28 ปี บ้านอยู่ 39 ซอยราชมงคลประสานสิทธิ์ ย่อย 2 ปากคลองภาษีเจริญ กทม. กระสุนถากเข้าที่บริเวณดั้งจมูก ทั้งสองอาการปลอดภัย และน.ส.สุนีย์ ภพหิรัญโสภณ อายุ 36 ปี แฟนสาวของนายไพศาล กระสุนฝังอยู่บริเวณท้ายทอยด้านซ้าย 1 นัด แพทย์นำเข้าห้องไอซียูรอการผ่าตัด

 นายไพศาล เปิดเผยด้วยอาการตกใจว่า ตนได้ชักชวนน.ส.สุนีย์ แฟนสาวไปไหว้พระและไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยน.ส.สุนีย์ นั่งมาข้างตน ด้านหลังมีน.ส.ดวงใจ น้องของน.ส.สุนีย์ กับอาม่าซึ่งเป็นมารดาของตน อายุ 70 ปี มือซ้ายถูกกระจกบาดได้รับบาดเจ็บ และหลานอายุ 3 กับ 4 ขวบเป็นผู้หญิงอีกสองคนนั่งมาด้วย หลังจากที่ขับรถออกจากบ้านที่กรุงเทพ แล้วตรงไปไหว้พระที่พระพุทธบาท จ.สระบุรี เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็ขับมาไหว้เจ้าและไหว้พระหลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา ตามความเชื่อของชาวจีน

 จากนั้นเวลาประมาณ 05.30 น.ได้ขับรถออกจากวัดมุ่งหน้าวัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อที่จะหาทางออกไปสายเอเซียกลับกรุงเทพ เนื่องจากไม่คุ้นทางจึงเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างวัดใหญ่ชัยมงคล และเห็นว่าเป็นซอยตันจึงกลับรถ ปรากฎว่าระหว่างนั้นเองมีเสียงดังที่กระจกด้านหน้าจนร้าว ตนคิดว่าถูกปาหิน จึงได้ขับถอยออกอย่างรวดเร็ว ปรากฎว่าคนร้ายยังติดตามใช้ปืนยิงเข้าด้านข้างอีกหลายนัด จนคนในรถบาดเจ็บ ตนได้ขับรถประคองมาถึงบริเวณวงเวียนเจดีย์สามปลื้ม เพื่อขอความช่วยเหลือจากวินจยย.ให้ช่วยนำทางไปถึงโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ดังกล่าว

 นายไพศาล ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนมาที่อยุธยา ก็ลังเลและเกิดความกลัวเรื่องถูกปาหินอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจมาเนื่องจากไหว้เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว

 อาม่ามารดาของนายไพศาล เปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่บริเวณด้านหลังนายไพศาล ได้ยินเสียคล้ายของมาแกระแทกกับกระจกหน้าสองครั้ง คิดว่าถูกปาหินจึงรีบถอยรถออกจากซอยด้วยความเร็ว จากนั้นก็ยังมีเสียงปืนตามมาอีกหลายนัด ตนกอดหลานสองคนให้ก้มลงไป จึงถูกเศษกระจกที่แตกจากด้านข้างได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และเมื่อมองดูยังเห็นน.ส.สุนีย์ มีเลือดไหลออกมาทางด้านหลัง รู้สึกกลัวมาก ไม่คิดว่ามาไหว้เจ้าจะมาพบกับเหตุการณ์ร้ายๆอย่างนี้ ก่อนมาก็คุยกันว่าจะมากันดีหรือไม่ เนื่องจากกลัวเรื่องถูกปาหิน แต่ก็มาถูกยิงถือว่าหนักกว่าอยากให้ตำรวจพระนครศรีอยุธยา เร่งจับคนร้ายเหล่านี้ให้ได้ และดูแลคนที่มาเที่ยวให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้ หากเกิดเหตุเช่นนี้บ่อยๆคงไม่มีใครอยากมาเที่ยวอยุธยาอีกแล้ว โดยเฉพาะตนคงไม่มาเที่ยวที่นี่อีกอย่างแน่นอน

 พ.ต.ท.สราวุธ ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ตรวจสอบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออสสีบอร์นเงินทะเบียน ชส.8127 กทม. มีรถกระสุนเข้าที่กระจกหน้า 2 นัดแต่กระสุนไม่ทะลุ เนื่องจากเป็นกระจกสองชั้นและน่าจะเป็นกระสุนขนาด .22 โดยยังมีรอยกระสุนที่บริเวณข้างคนขับ 3 นัด ด้านหลังคนขับ 2 นัด ที่ประตูข้างคนขับ 1 นัด และที่ประตูซ้ายหลัง 1 นัด พบปลอกกระสุนขนาด .22 มากกว่า 20 นัด คาดว่าน่าจะใช้ปืนยาวแบบเด๊คเกอร์

 นอกจากนี้ยังมีพยานเห็นเป็นรถยนต์เก๋งไม่ทราบสี คนยิงอยู่ข้างคนขับ ไล่กวดยิงออกมา พ.ต.อ.สมบัติ ได้เรียกชุดสืบสวนประชุม โดยสันนิษฐานเบื้องต้นเป็นการยิงผิดตัว หรือนายไพศาล อาจจะไปมีเรื่องกับใครมาก่อน หรือระหว่างที่นายไพศาลขับรถเข้าไปในซอยไปพบกับกลุ่มผู้ทำผิดกฎหมายเรื่องยาเสพติดหรือไม่จึงตามออกมายิง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีเรื่องการส่งมอบยาเสพติดด้วย

 อย่างไรก็ตามจนท.ได้กระจายกำลังกันไปหาพยานแวดล้อม และตรวจสอบว่าบริเวณดังกล่าวมีใครใช้อาวุธปืนที่ก่อเหตุหรือไม่ เพื่อที่จะเข้าตรวจค้นติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป