ข่าว

อุตรดิตถ์ประกาศพื้นที่ภัยแล้งครอบคลุมทุกอำเภอ

อุตรดิตถ์ประกาศพื้นที่ภัยแล้งครอบคลุมทุกอำเภอ

11 มี.ค. 2552

ประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์นับแสนขาดน้ำ จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งครอบคลุมทุกอำเภอ

       (11มี.ค.) นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จากภาวะอากาศที่ร้อนและอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จังหวัดอุตรดิตถ์มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ที่อำเภอบ้านโคก นับเป็นประวัติศาสตร์และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปกติทุกปีที่ผ่านมาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สภาพอากาศยังไม่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะอุณหภูมิ 40 องศาฯจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ดังนั้นจึงเชื่อว่าปีนี้สภาพอากาศที่จังหวัดอุตรดิตถ์จะร้อนจัด เข้าสู่เดือนมีนาคมของปีนี้ ซึ่งตามเกณฑ์แล้วอุณหภูมิ 35.7-40 องศาฯ จะอยู่ในขั้นร้อน หากเกิน 40 องศาฯขึ้นไปเป็นสภาพอากาศร้อนจัด
       อย่างไรก็ตาม ในปีนี้จากการคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิในแต่ละวันจะไม่ต่ำกว่า 35.7 องศาฯ ดังนั้นทุกวันอากาศจะร้อน และมีสิทธิ์ถึงร้อนจัดประมาณปลายเดือนมีนาคม เป็นต้นไป และปีนี้อุณหภูมิอาจทะลุสูงสุดกว่า 40 องศาฯ ทั้งนี้ในเดือนเมษายน 2503 จังหวัดอุตรดิตถ์เคยมีอุณหภูมิสูงที่สุดของประเทศคือ 44.5 องศาฯ ฉะนั้นปีนี้จึงเตือนพี่น้องประชาชนต้องเพิ่มความระมัดระวัง ไม่เฉพาะด้านสุขภาพ แต่ยังมีเรื่องของภัยแล้ง และพายุฤดูร้อน ที่อาจเกิดอย่างรุนแรงและยาวนานในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
       นายสุรชัย กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนที่มาเร็วกว่าทุกปี ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและประสบปัญหาภัยแล้งเป็นจำนวนมาก ประชาชนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายแล้ว ทั้ง 9 อำเภอใน 44 ตำบล 292 หมู่บ้าน ราษฎรประสบภัยแล้ง 81,000 คน ล่าสุดจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินด้านภัยแล้งให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน จำนวนมากขณะนี้ขาดแคลนน้ำ สัตว์เลี้ยงทั้งโคและกระบือ ขาดอาหารเพราะหญ้าแห้งตาย 
       สำหรับด้านความช่วยเหลือ จังหวัดได้เร่งแจกจ่ายน้ำ ให้หมู่บ้านประสบภัย โดยใช้รถบรรทุกน้ำจากหน่วยงานต่าง ๆ 20 คัน แจกจ่ายน้ำไปแล้ว 450 เที่ยว จำนวน 3 ล้านลิตร ชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง เพื่อการเพาะปลูก อำเภอ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่ง ซ่อม ทำนบ ฝาย เก็บกักน้ำชั่วคราว และได้ใช้เงินงบประมาณในการช่วยผู้ประสบภัยแล้งไปแล้ว 2 .7 ล้านกว่าบาท 
       นอกจากนี้ได้จัดทำแผนการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้ง ปี 2551/2552 ของชลประทานอุตรดิตถ์ โดยโครงการชลประทานน้ำริดที่ 3 อำเภอเมืองและอำเภอลับแล มีปริมาณต้นทุน 38.27 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการใช้น้ำ 38.27 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 34,486 ไร่ โครงการฝายคลองตรอนที่อำเภอน้ำปาดมีปริมาณน้ำต้นทุน 42 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการใช้น้ำ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 12,230 ไร่ 3. โครงการฝายน้ำปาดที่อำเภอฟากท่า มีปริมาณน้ำต้นทุน 2.40 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการใช้น้ำ 2.4 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 1,500 ไร่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำพื้นที่การเกษตรเขตชลประทานทั่วถึงและไม่เกิดปัญหาการแย่งน้ำ
        “ทางด้านปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายหลังการสำรวจทางอากาศ พบมีการเผาป่า บนภูเขา และบริเวณข้างทาง 6 อำเภอ คือท่าปลา น้ำปาด ฟากท่า บ้านโคก ทองแสนขัน และอำเภอเมือง ทำให้เกิดฟ้าหลัวตอนกลางวัน ทัศนวิสัย 4 -6 กม. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบอย่างจริงจัง" ปภ.อุตรดิตถ์กล่าว 
        พร้อมกันนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและป่าไม้ดำเนินการกับผู้บุกรุกป่าและเผาป่าอย่างเข้มงวด ซึ่งจากสถิติปี 2551 ที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าขึ้น 82 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 666 ไร่ หากนับรวมพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ที่มีถึง 187,500 ไร่ จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกัน ไม่ให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ โดยการไม่จุดไฟเผาป่า เพื่อหาของป่า หรือ ทำไร่เลื่อนลอย หากจะจุดไฟในหน้าแล้งต้องอยู่ในการควบคุม ไม่ให้เกิดการลุกลามได้ จังหวัดจึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับเขตพื้นที่ เพื่อควบคุมการปฏิบัติงาน และประชาสัมพันธ์มาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาไฟป่า ให้ประชาชนทราบ
        ด้านนางนิตยา ทักษิญ ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากภาวะฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงทำให้ปริมาณน้ำมีน้อย ทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเกิดผลกระทบต่อการประมงตลอดจนสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการแพร่ขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ โดยมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อย เช่น การรั่วซึม การกำจัดวัชพืช ทำร่มเงาให้สัตว์น้ำเข้าพัก และป้องกันการระเหยของน้ำบางส่วน ลดปริมาณการให้อาหารสัตว์น้ำที่มากเกินความจำเป็นเพราะจะทำให้น้ำเสีย เพิ่มปริมาณออกซิเจนโดยใช้เครื่องสูบน้ำจากก้นบ่อพ่นให้สัมผัสอากาศ แล้วไหลคืนลงบ่อ 
        ทั้งนี้ มีการปรับสภาพดินและคุณสมบัติของน้ำ เช่น น้ำลึก 1 เมตร ใส่ปูนขาว 50 กก./ไร่ถ้าพื้นบ่อมีตะไคร่หรือก๊าซมากเกินไปควรใส่เกลือ 50 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพผิวดินให้ดีขึ้นจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภคในเวลาเช้าหรือเย็น เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำจากภายนอกที่จะสูบเข้าบ่อเลี้ยง เช่น พบว่ามีตะกอนและแร่ธาตุต่างๆ เข้มข้น ควรงดการสูบน้ำเข้าบ่อ งดเว้นการรบกวนสัตว์น้ำเพราะการตกใจจะทำให้สัตว์น้ำสูญเสียพลังงานและอาจตายได้ งดเว้นการขนย้ายสัตว์น้ำโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องทำอย่างระมัดระวัง