ข่าว

มาร์คยันตั้งเลขาฯปปท.สอบซื้อขายเก้าอี้ภ.2ต่อ

มาร์คยันตั้งเลขาฯปปท.สอบซื้อขายเก้าอี้ภ.2ต่อ

14 ก.พ. 2553

“นายกฯ" ยันตั้ง “เลขาฯป.ป.ท.” สอบตร.เรียกรับผลประโยชน์ซื้อขายตำแหน่งต่อจาก กก.ชุด “ วสิษฐ ” บอกรื้อโผภาค 2 ทันวันที่ 16 ก.พ. กำชับ “ ปทีป ” ห้ามปล่อยให้การร้องเรียนเป็นหมัน ต้องชี้แจงทุกเรื่อง ทาบ “ วสิษฐ ” ปรับโครงสร้างสตช. ย้ำ 3นายพล ต้องร้องศาลปกครองเ

 (14ก.พ.) เมื่อเวลา 07.0 0 น. ที่สวนหลวงร.9 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีที่ภายหลังพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) นำผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง.ผบก.) ของบช.ภ.2 ที่มีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน ว่า คณะกรรมการมีข้อเสนอมา 2 ข้อ

 1.การตั้งแต่งให้ออกมีการออกคำสั่งใหม่ ซึ่งตนได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับพล.ต.อ.ปทีป ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งพล.ต.อ.ปทีปจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบในการออกคำสั่งใหม่ ซึ่งคาดว่าการดำเนินการน่าจะเสร็จในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2. การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเป็นการเฉพาะ เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ โดยให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นประธาน ซึ่งขณะนี้กำลังดูองค์ประกอบ เพราะตนต้องการให้คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นดูกฎหมายตำรวจ และกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินควบคู่กันไป เพื่อทำให้การดำเนินงานเชื่อมต่อไปยังการดำเนินการได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งเลขาฯป.ป.ท.มาเป็นประธานคณะกรรมการสอบ จะทำให้เป็นจุดอับหรือไม่ เพราะป.ป.ท.ทำหน้าที่ตรวจสอบภาครัฐเพียงอย่างเดียว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากตัวรายงานกรณีภาคที่ 2 ไม่มีเรื่องนักการเมืองทำให้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคำร้องเรียนที่พาดพิงนักการเมืองเป็นคำร้องเรียนกรณีภาคอื่น ซึ่งคณะกรรมการชุดพล.ต.อ.วสิษฐ จะเริ่มพิจารณาในสัปดาห์หน้า

 เมื่อถามว่า คณะกรรมการที่มีเลขาฯป.ป.ท.เป็นประธานเข้าไปสอบเฉพาะภาค 2 ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งจะสอบประเด็นเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ส่วนภาค 1 , 4 , 6 ต้องรอรายงานของคณะกรรมการก่อน เมื่อถามว่า ตามคำร้องเรียนมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเฉพาะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยัง ต้องดูว่ามีมูลหรือไม่มีมูลอย่างไร

 เมื่อถามว่า ขณะนี้พล.ต.อ.วสิษฐ ยังไม่มั่นใจในอำนาจหน้าที่ว่าสามารถเรียกนักการเมืองเข้ามาให้ปากคำได้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ กรณีภาค 2 พล.ต.อ.วสิษฐ์ได้รายงานมาว่าได้เชิญใครบ้างดูจากเอกสารบ้าง ถ้ามีปัญหาอุปสรรคอะไรพล.ต.อ.วสิษฐ สามารถรายงานเข้ามาได้ ตนจะสนับสนุนให้ทำงานได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.วสิษฐมีความกังวลว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อยู่ในภาวะวิกฤต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมได้คุยแล้ว ขณะนี้ท่านจะดูแลเรื่องการสอบให้เสร็จก่อน ผมบอกว่าหากมีข้อเสนอในเชิงระบบที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้เราก็ยินดีที่จะรับเข้ามา ท่านบอกว่าต้องสางตัวกรณีเฉพาะที่สอบก่อน ” เมื่อถามว่า การปรับโครงสร้างเพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับการเมืองน้อยลง และลดอำนาจของตำรวจมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักใหญ่ที่พล.ต.อ.วสิษฐพูด คือการกระจายอำนาจอาจจะช่วยได้มาก

 เมื่อถามว่า กรณีภาค 2 ที่มีการรื้อโผต้องใช้เวลาเท่าไรในการทำโผใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ใช้เวลาไม่นาน พรุ่งนี้ (วันที่ 15 กุมภาพันธ์) ก็เสร็จ เพราะต้องการที่จะให้คำสั่งทั้งหมดมีผลพร้อมกันในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เมื่อถามว่า กลไกทั้งหมดเป็นไปตามที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. เตรียมทำบัญชีรายชื่อ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครับ แต่ต้องนำข้อมูลของคณะกรรมการชุดพล.ต.อ.วสิษฐไปประกอบด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตนได้ส่งข้อมูลไปให้แล้ว

 เมื่อถามว่า ในภาวะที่เป็นอยู่จำเป็นต้องดึงสตช. ที่อยู่ในความดูแลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กลับมาดูแลเองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ “ ผมเหรอครับ ไม่ครับ ขณะนี้ดำเนินการไปได้ ในส่วนของสำนักงานเองผมได้เรียนให้ทราบว่าภาคอื่นๆ ที่มีการร้องเรียนเข้ามาแต่ไม่ได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดพล.ต.อ.วสิษฐ ผมก็บอกพล.ต.อ.ปทีปว่าต้องมีคำตอบด้วย อย่ารับเรื่องไปแล้วหายไปเฉยๆ มีมูลหรือไม่มีมูลก็ขอให้ชี้แจง ไม่เช่นนั้นมันจะบั่นทอนความเชื่อมั่นในกลไกปกติ ซึ่งกรณีที่ส่งให้พล.ต.อ.วสิษฐ เป็นจะเป็นกรณีที่เห็นว่ามีการพาดพิงถึงคนที่อยู่ในสำนักงาน สตช.และนักการเมือง ”

 เมื่อถามต่อว่า หากมีการร้องเรียนเข้ามาจำเป็นต้องขยายเวลาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการชุดพล.ต.อ.วสิษฐใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แล้วแต่พล.ต.อ.วสิษฐ ซึ่งพล.ต.อ.วสิษฐบอกว่าในวันที่ 17 – 18 กุมภาพันธ์ น่าจะรายงานว่ามีความคืบหน้าอย่างไร

 เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพยายามผลักดันให้พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ขึ้นเป็นที่ปรึกษา (สบ. 10 ) เทียบเท่าตำแหน่งรองผบ.ตร. มีสาเหตุมาจากอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ก.ตร.พิจารณาอยู่ แต่ก็ทราบว่า พล.ต.อ.ปทีป ได้ถอนเรื่องออกไปแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมก.ตร.เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ก.ตร.ยังยืนยันมติรับพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร 7 ตุลาคม 2551 และอดีตพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดอุดรธานี ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีปล่อยให้ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้ายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องส่งไปยังสตช.เขาเพิ่งรับรองมติ ซึ่งสตช.ต้องดูข้อกฎหมาย และเท่าที่ได้หารือกับพล.ต.อ.ปทีป ก็ยืนยันว่าต้องดูข้อกฎหมาย เพราะมติใดที่ขัดต่อกฎหมายก็ไม่สามารถใช้ได้ ส่วนความเห็นตนยังเหมือนเดิม เพราะตนเพิ่งมีเรื่องทำนองเดียวกันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการ (ก.พ.) ซึ่งได้ยืนยันว่าก.พ.ไม่สามารถกลับมติในเชิงข้อเท็จจริงหรือไม่สอบสวนของป.ป.ช.ได้ และอยากให้คนที่เกี่ยวข้องไปใช้สิทธิทางศาลปกครองมากกว่า เมื่อถามว่า ข้อขัดแย้งจะสามารถยุติได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูตัวมติว่ามีเหตุผลอย่างไร ส่วนที่อ้างว่าต้องทำตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ แต่มันต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่น