
ยังไม่สำนึกผิด
พฤติการณ์ของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งมีบทบาททางการเมือง ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลอย่างเปิดเผย กล่าวร้าย หมิ่น ข่มขู่ผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง จนถูกวินัยทหาร ถูกสั่งพักราชการ และปฏิบัติตัวเป็นทหารนอกแถว ทั้งๆ ที่มียศนายพล ซึ่งสร้างค
แต่ “เสธ.แดง” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของนายทหารผู้นี้ ยังไม่สำนึกว่าตัวเองได้กระทำความผิดอย่างไร แม้กระทั่งนายทหารรุ่นน้องแสดงออกถึงการขาดความเคารพ ไม่ยอมรับ แต่ก็ยังทำตัวเหมือนเป็นบุคคลพิเศษ อยู่นอกเหนือระบบ ใช้คำพูดเชิงคุกคามผู้ทำงานในองค์กรอิสระ เพียงแต่ไม่ขู่ฆ่าอย่างเปิดเผยแค่นั้น โดยการกระทำตลอดมาได้ทุ่มเทเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้หลบหนีโทษจำคุก และใช้เครือข่ายพยายามล้มล้างรัฐบาลทุกวิธี ภายใต้ข้อกล่าวหาว่า “ล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า”
ล่าสุด “เสธ.แดง” ได้พูดจาเชิงคุกคามบุคคลในวงการตุลาการและรัฐบาล โดยแสร้งทำเป็นเตือน แต่เจตนาเป็นที่ชัดแจ้งว่า ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ ดังเช่นคำพูดที่ว่า "เสธ.แดง ก็เห็น เวลาไปต่างจังหวัด มาสมัคร ขอพลีชีพ ขอฆ่า อะไรต่างๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นมันมีคนที่ไปจับกลุ่มเป็นอุดมการณ์ ประเทศไทยยังไม่เคยมีดุดัน แต่วันนี้ประเทศไทยสถานการณ์ดุดัน ความจริง อย่างคนเชียงใหม่เป็นคนใจดี แต่วันนี้รัฐมนตรีมหาดไทยหรือรัฐมนตรีทุกคนไปเชียงใหม่ไม่ได้เลย ใช่ไหม"
"คือการบริหารราชการแผ่นดินวันนี้ นายกรัฐมนตรีจะออกมาปากซอยยังไม่ได้เลย ต้องมาขบวนรถออกไปเลย มันก็ทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ คนนี่บ้าคลั่ง เพราะถือว่า 1.สองมาตรฐาน 2.อำมาตยาธิปไตยครอบงำประเทศ 3.มันไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนคนรากหญ้า แปลถูกหมดแล้วว่าประชาธิปไตยคืออะไร"
นอกจาก เสธ.แดง แล้ว บรรดากลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงยังมีลักษณะก้าวร้าว พูดจาข่มขู่คุกคามเช่นกัน เป็นการชี้ทางให้เกิดความรุนแรง และประสงค์ร้ายต่อร่างกาย ชีวิตต่อตุลาการ ทหาร และเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่แยแสต่อกลไกกฎหมายและอำนาจรัฐ สร้างบรรยากาศของอณาธิปไตย หรือทำตัวเป็นผู้ตัดสินว่าใครสมควรเคราะห์ร้ายในการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่ง และภาระที่ได้รับมอบหมาย
สถาบันกองทัพ หรือกระทรวงกลาโหม จะทนให้ เสธ.แดง ประพฤติตัวเยี่ยงนี้ เป็นภัยต่อสังคมอีกนานเท่าไร เพราะการพักราชการดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอต่อการยับยั้งพฤติการณ์ของนายทหารนอกแถวผู้นี้ ยิ่งมีโทษ ก็เหมือนยิ่งเป็นการยั่วยุให้เพิ่มความเหิมเกริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทษอาญาจำคุก 2 ปี และกำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ดังนั้น ผู้รับผิดชอบต้องทบทวนกรณีนี้เป็นพิเศษว่า สมควรมีมาตรการใดเพื่อรักษาเกียรติภูมิของสถาบันกองทัพไม่ให้เสื่อมเสียมากกว่านี้



