
ยิงแสกหน้าตร...เบรกยุทธการจับยา
ไม่มีใครคิดว่า การออกมาปฏิบัติหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติด เมื่อเย็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 จะเป็นครั้งสุดท้ายของ "ด.ต.สมเกียรติ รัตนพันธ์" ผบ.หมู่ ป.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช วัย 48 ปี !?!
ภารกิจคืนนี้ของ ด.ต.สมเกียรติ กับชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด คือ การจับกุมพ่อค้ายาบ้านาม "ปิยะวัฒน์ พงศ์รักษ์ธรรม" หรือยาว วัย 26 ปี กับ "บุญฤทธิ์ จันทรทัง" คู่หู วัย 21 ปี ที่ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมมาระยะหนึ่ง จนแน่ใจแล้วว่าทั้งคู่เป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าในพื้นที่ จึงให้สายลับติดต่อขอซื้อยาบ้า 10 เม็ด ในราคา 3,800 บาท นัดรับส่งของกันที่ตึกแถวเลขที่ 311 ถนนสายทุ่งสง-นาบอน เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง โดยมี พ.ต.ต.กฤษฎา สิทธิยานันท์ สว.สส.สภ.ทุ่งสง เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา เข้าซุ่มโป่งตามแผนที่วางเอาไว้
สี่ทุ่มเศษ ได้เวลานัดหมาย ระหว่างการตกลงซื้อขายดำเนินไป เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มโป่งอยู่แสดงตัวเข้าจับกุม แต่เอเย่นต์ยาบ้าทั้งสองไหวตันทันในเวลาไล่เลี่ยกัน กระชากประตูเหล็กล็อกอย่างแน่นหนา ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่กรูเข้าใส่ มีเสียงปืนระเบิดขึ้นหลายนัดสวนเข้าใส่ ทุกคนต่างพุ่งหมอบตามสัญชาตญาณ ยกเว้น ด.ต.สมเกียรติ ที่ร่างกระดอนหงายหลังล้มตึง เพื่อนตำรวจคลานเข้าไปดูก็พบว่ากระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้ากลางหน้าผาก เลือดเป็นลิ่มไหลทะลักจากปากแผล พร้อมกับลมหายใจรวยริน
นอกจากนี้กระสุนชุดนั้นยังถูกมือขวาของ ส.ต.ท.กิตติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 28 ปี ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ตชด.22 เพื่อนจึงรีบนำทั้งสองส่ง รพ.ทุ่งสง แต่บาดแผลของ ด.ต.สมเกียรติ สาหัสเกินกว่าจะเยียวยา เขาสิ้นใจตายในเวลาไม่นานนัก
ด้านกำลังตำรวจที่เหลือปิดล้อมบ้านเป้าหมายเอาไว้ทุกด้าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดลงทุกขณะ ไม่นานรายงานเหตุทั้งหมดก็ถึงหู พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ซึ่งสั่งการให้พังประตูเข้าไปจับกุมคนร้ายออกมาให้ได้ ไม่นานนักกุญแจประตูห้องแถวก็ถูกทลาย ชุดปฏิบัติการกรูเข้าไปพบคู่หูนอกกฎหมายพยายามปีนหลังคาหลบหนี จึงจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ในบ้านยังพบเด็กนักเรียนสาวชั้น ม.5 กิ๊กสาวของปิยะวัฒน์หลบซ่อนอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงกันตัวไว้เป็นพยาน
ปิยะวัฒน์กับบุญฤทธิ์ถูกดำเนินคดีหนักในข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
"ธีระ มินทราศักดิ์" ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช บอกว่า นับวันยาเสพติดจะเพิ่มมากขึ้น แต่เขาไม่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองในการปราบปรามยาเสพติดต้องสังเวยชีวิตอีก จึงเร่งประสานความร่วมมือในการจับกุมผู้ค้าและผู้เสพอย่างหนัก โดยสั่งการด่วนไปยังฝ่ายปกครองทุกพื้นที่ให้เอกซเรย์พื้นที่แล้วรวบรวมข้อมูลส่งมา เพื่อนำมาเทียบเคียงกับจังหวัดว่าตรงกันหรือไม่ จากนั้นจะดำเนินมาตรการกวาดล้างปราบปรามให้สิ้นซาก
ด้านเจ้าหน้าที่ในชุดปราบปรามยาเสพติดคนหนึ่ง ที่ทำงานคลุกคลีอยู่กับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ อ.ทุ่งสง มายาวนาน ให้ข้อมูล "คม ชัด ลึก" ว่า อ.ทุ่งสง เป็นแหล่งค้ายาเสพติดรายใหญ่ใน จ.นครศรีธรรมราช เฉพาะข้อมูลที่รวบรวมอยู่ในมือตอนนี้ผู้ค้ารายใหญ่มีอยู่ 4-5 ราย ทำธุรกิจค้ายาบ้าจนมีบ้านช่องห้องหอใหญ่โตอยู่กลางเมืองทุ่งสง เคยจับกุมแล้วพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็หลุดออกมาทำอีก ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า อ.ทุ่งสง มีความเจริญ ยิ่งเจริญมากก็มียาเสพติดมาก ที่พักยาแห่งหนึ่งอยู่ในห้องใต้ดินในบ้านใจกลางเมือง
"ที่พักยาแห่งนี้มีลูกชายเจ้าของคอยควบคุมดูแลอยู่ หลังจากส่งยาและจ่ายเงินแล้วก็จัดปาร์ตี้ยาสังสรรค์กันเป็นประจำ ถูกจับก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งเรื่องก็เงียบหายไป บางรายนำยาบ้าไปพักเก็บในโกดังในสวนยางพารา ผมคงอยู่ทุ่งสงได้ไม่นาน เพราะรู้มากไม่นานคงถูกย้าย" เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดปลงตก
"ถามว่ารู้ไหมและใช่ไหม รู้แต่ทำอะไรไม่ได้ หลักฐานและความร่วมมือยังมีน้อยมาก ใครจะกล้าเสี่ยงกับกำลังอันน้อยนิด สายที่ส่งเข้าไปโดนฆ่าตายไปหลายคน เราได้แต่ช่วยทำศพเขาเหล่านั้น ต้องยอมรับว่าเขาเหล่านั้นทำความดี เพื่อทดแทนสิ่งที่เขาทำไม่ดีเมื่ออดีต วันนี้อยากให้เจ้าหน้าที่หันมาให้ความสำคัญกับสายลับบ้างว่า เขาก็ทำงานไม่แพ้เจ้าหน้าที่เช่นกัน" เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวทิ้งท้าย
กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล



